รัฐบาลสหรัฐฯ เล็งหาทางออกข้อพิพาท Anthropic หวังใช้ Mythos โมเดล AI ตัวใหม่

ข่าวต่างประเทศ Wednesday April 29, 2026 12:47 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สำนักข่าว Axios รายงานเมื่อวันอังคาร (28 เม.ย.) ว่า ทำเนียบขาวกำลังจัดทำแนวทางใหม่ ซึ่งอาจเปิดทางให้หน่วยงานรัฐบาลกลางสามารถหลีกเลี่ยงการจัดประเภทบริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) ว่าเป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และช่วยให้สามารถนำโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใหม่ ๆ เข้ามาใช้งานได้ รวมถึงระบบ Mythos

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังจากแอนโทรปิกเปิดตัว Mythos ซึ่งเป็นระบบ AI ที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดของบริษัทจนถึงขณะนี้ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เครื่องมือดังกล่าวมีศักยภาพสูงในการตรวจจับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และสามารถคิดค้นวิธีการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านั้นได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

รายงานยังระบุว่า ร่างมาตรการฝ่ายบริหารที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา อาจเปิดทางให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวทางลดความตึงเครียดในข้อพิพาทกับแอนโทรปิก ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ แอนโทรปิกได้เผชิญความขัดแย้งกับกระทรวงกลาโหมหรือเพนตากอนของสหรัฐฯ หลังจากบริษัทสตาร์ตอัปดังกล่าวปฏิเสธที่จะยกเลิกมาตรการควบคุมที่ห้ามใช้ AI ของตนกับอาวุธอัตโนมัติหรือการเฝ้าระวังภายในประเทศ ส่งผลให้กระทรวงกลาโหมจัดให้แอนโทรปิก ซึ่งเป็นผู้พัฒนา Claude เป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า แอนโทรปิกเริ่มมีท่าทีที่ดีขึ้นในสายตาของรัฐบาล หลังจาก ดาริโอ อาโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เพื่อพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด

นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงกับเพนตากอน ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Squawk Box ของ CNBC ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดข้อตกลงดังกล่าว เนื่องจากรัฐบาลต้องการบุคลากรที่มีความสามารถสูง

รายงานของ Axios ยังระบุว่า แม้เจ้าหน้าที่ระดับสำคัญบางส่วนในเพนตากอนยังคงยึดจุดยืนแข็งกร้าวต่อแอนโทรปิก แต่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรายอื่นเห็นว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกลับส่งผลเสียมากกว่า และมีความพร้อมที่จะหาทางออกเพื่อลดความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม รายงานยังเตือนว่า แม้จะมีความพยายามลดความขัดแย้ง แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองฝ่ายอาจกลับเข้าสู่การเจรจาที่ตึงเครียดอีกครั้งในอนาคต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ