"เฟซบุ๊ก" ยกเครื่องเกณฑ์ประเมินพนักงาน เล็งให้โบนัสตามผลงานช่วยเหลือสังคม

ข่าวเทคโนโลยี สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 08:48:19 น.

เฟซบุ๊ก บริษัทโซเชียลมีเดียรายใหญ่ของสหรัฐ ได้ประกาศปรับเปลี่ยนเกณฑ์ประเมินศักยภาพพนักงาน โดยจะพิจารณาจ่ายโบนัสแก่พนักงานตามบทบาทในการเข้าไปจัดการกับประเด็นทางสังคมที่แวดวงอินเทอร์เน็ตและเฟซบุ๊กกำลังเผชิญ

แต่เดิมนั้น เฟซบุ๊กพิจารณาจ่ายโบนัสแก่พนักงานโดยประเมินจากการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานและรายได้ ตลอดจนคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ภาพลักษณ์แบรนด์ และการลงทุน

เฟซบุ๊ก เปิดเผยว่า การประกาศปรับเปลี่ยนเกณฑ์ประเมินพนักงานนี้สะท้อนให้เห็นว่า เฟซบุ๊กกำลังหันไปให้ความสนใจต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม จากเดิมที่เน้นเพียงการเติบโตของบริษัท โดยเกณฑ์ประเมินใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้บุคลากรของเฟซบุ๊ก เต็มใจเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงอันดีให้เกิดขึ้นในสังคม

นอกเหนือจากผลงานช่วยเหลือสังคมแล้ว เกณฑ์อื่นๆในการประเมินพนักงานยังรวมถึงการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ การสนับสนุนธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเฟซบุ๊กในการทำงาน และความโปร่งใสในการสื่อสาร

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กจะใช้เกณฑ์ใหม่ในการประเมินศักยภาพพนักงานในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ไม่นาน นายซัคเคอร์เบิร์ได้เปิดเผยว่า บรรดานักวิจารณ์เฟซบุ๊กได้วิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบเกินไปสำหรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่บริษัทได้ดำเนินการ

นับเป็นเวลานานกว่า 1 ปีแล้วที่เฟซบุ๊กได้พยายามแก้ไขปัญหาบนเครือข่ายสื่อที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรวมถึงข้อกล่าวหาที่ว่า บริษัทล้มเหลวเรื่องการปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งาน โดยมีการกล่าวหาว่า ข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อการชักจูงช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2559 และยังมีถ้อยคำเกลียดชังและรุนแรงในเฟซบุ๊ก รวมถึงการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อันเนื่องมาจากการจารกรรมข้อมูล

นายมาร์ค กล่าวว่า ในบางกรณี บุคคลบางคนได้กล่าววิจารณ์ไปไกลโดยได้นิยามการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยสร้างพลังให้ผู้คนอย่างที่อินเทอร์เน็ตและสื่อโซเชียลเหล่านี้สามารถทำได้ว่า เป็นสิ่งที่อันตรายต่อสังคม

นายมาร์ค กล่าวด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอาจก่อให้เกิดความไม่แน่นอน และผู้คนก็มีพลังมากขึ้น ซึ่งแนวโน้มในระยะยาวก็คือ การปรับเปลี่ยนทางสังคมจะมีการเปิดกว้างและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นตามกาลเวลา

นายมาร์ค กล่าวว่า "ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาเป็นเรื่องของการที่คนเราสร้างเครือข่ายเหล่านี้ขึ้นมาและเริ่มเห็นผลกระทบของมัน และในอีก 15 ปีข้างหน้าจะเป็นเรื่องของการที่ผู้คนได้ใช้พลังของตนเองในการเปลี่ยนแปลงสังคม"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง