รัฐบาลเวเนซุเอลาประณามการข่มขู่ของสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ (29 พ.ย.) ว่าเป็นอีกหนึ่งการรุกรานที่ "เกินขอบเขต ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไร้เหตุผลต่อประชาชนชาวเวเนซุเอลา" ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามที่มุ่งทำลายอธิปไตยเหนือน่านฟ้าของประเทศ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เวเนซุเอลาได้ปฏิเสธความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะใช้อำนาจศาลนอกอาณาเขตกับเวเนซุเอลาในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นการคุกคามอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดนของเวเนซุเอลา
แถลงการณ์ระบุว่า การกระทำของสหรัฐฯ เป็นการข่มขู่ว่าจะใช้กำลังอย่างชัดเจน ซึ่งขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter)
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุในวันเสาร์ว่า น่านฟ้าเหนือและโดยรอบเวเนซุเอลาควรถูกพิจารณาว่า ปิดไปแล้วโดยสิ้นเชิง ท่ามกลางความตึงเครียดที่ร้อนระอุขึ้นระหว่างสองประเทศ โดยทรัมป์ได้ประกาศผ่านทรูธโซเชียลว่า "ถึงสายการบินทุกแห่ง นักบิน ผู้ค้ายาเสพติด และผู้ค้ามนุษย์ โปรดคิดว่า น่านฟ้าเหนือและโดยรอบเวเนซุเอลาถูกปิดแล้วโดยสิ้นเชิง"
แถลงการณ์ยังย้ำอีกว่า ภายใต้อนุสัญญาชิคาโก ปี 2487 รัฐทุกรัฐมีอำนาจอธิปไตยเหนือน่านฟ้าที่อยู่เหนืออาณาเขตของตนแต่เพียงผู้เดียว และเวเนซุเอลาจะไม่ยอมรับคำสั่ง การข่มขู่ หรือการแทรกแซงใด ๆ จากอำนาจต่างชาติ
นอกจากนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมกันปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อการกระทำรุกรานที่ผิดศีลธรรมนี้ พร้อมระบุว่า เวเนซุเอลาจะตอบโต้ด้วยหลักการทางกฎหมายอย่างมีศักดิ์ศรี