ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันศุกร์ (16 ม.ค.) ว่า สหรัฐฯ พร้อมเสนอรื้อฟื้นบทบาทการไกล่เกลี่ย เพื่อช่วยคลี่คลายข้อพิพาทที่ยืดเยื้อเกี่ยวกับการแบ่งปันทรัพยากรน้ำในแม่น้ำไนล์ระหว่างอียิปต์และเอธิโอเปีย โดยย้ำว่าไม่ควรมีประเทศใดควบคุมทรัพยากรของแม่น้ำสายนี้เพียงฝ่ายเดียว
ทรัมป์ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า ประเทศในภูมิภาคไม่ควรดำเนินการฝ่ายเดียวต่อทรัพยากรอันล้ำค่าของแม่น้ำไนล์จนสร้างความเสียเปรียบให้ประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมระบุว่า แนวทางที่เหมาะสมควรทำให้การปล่อยน้ำในช่วงภัยแล้งและปีที่แห้งแล้งยาวนานมีความแน่นอน เพื่อประโยชน์ของอียิปต์และซูดาน
ขณะเดียวกัน แนวทางดังกล่าวควรเปิดทางให้เอธิโอเปียสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในปริมาณมาก โดยไฟฟ้าบางส่วนอาจมอบให้หรือจำหน่ายให้แก่อียิปต์และซูดาน
ข้อพิพาทเกี่ยวกับเขื่อนแกรนด์เอธิโอเปียนเรอเนซองส์ หรือ GERD สะท้อนความขัดแย้งระหว่างความต้องการพัฒนาเศรษฐกิจและพลังงานของเอธิโอเปีย กับความกังวลของอียิปต์เรื่องภาวะขาดแคลนน้ำ เนื่องจากแม่น้ำบลูไนล์มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของประเทศ
ในแถลงการณ์ร่วม บัดร์ อับเดลอัตตี รัฐมนตรีต่างประเทศอียิปต์ และฮานี เซวิลาม รัฐมนตรีทรัพยากรน้ำ ปฏิเสธการดำเนินการฝ่ายเดียวบนแม่น้ำไนล์ ซึ่งหมายถึงโครงการเขื่อน GERD และเตือนว่า อียิปต์จะไม่ยอมรับการสร้างเขื่อนแห่งใหม่บนแม่น้ำไนล์ หากไม่มีข้อตกลงทางกฎหมายล่วงหน้า
อียิปต์และซูดานซึ่งอยู่ปลายน้ำ แสดงความกังวลต่อส่วนแบ่งน้ำของประเทศตนมาโดยตลอด นับตั้งแต่เอธิโอเปียเริ่มก่อสร้างเขื่อน GERD ในปี 2554 โดยการเจรจาไตรภาคีตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่มีผลผูกพันเกี่ยวกับการกักเก็บและการเดินเครื่องเขื่อนได้ ทั้งนี้ เอธิโอเปียเริ่มพิธีเปิดเขื่อนอย่างเป็นทางการในเดือนก.ย. 2568
การไกล่เกลี่ยที่นำโดยสหรัฐฯ เริ่มขึ้นในสมัยวาระแรกของทรัมป์ แต่ยุติลงในปี 2563 หลังเอธิโอเปียถอนตัว แม้ภายหลังยังมีการหารือบางส่วนภายใต้กรอบของสหภาพแอฟริกาก็ตาม