ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า องค์การสหประชาชาติ (UN) ควรดำรงอยู่ต่อไป เนื่องจากยังมีศักยภาพ แต่คณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ที่เขาเสนอขึ้น อาจก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ทดแทน UN ในอนาคต
ทรัมป์กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว โดยวิจารณ์ UN ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ไม่มีประสิทธิภาพในการยุติสงครามและความขัดแย้ง พร้อมย้ำว่า UN ยังควรดำรงอยู่ต่อไป เพราะมีศักยภาพสูงมาก
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แนวคิดจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพถูกเสนอขึ้นครั้งแรกในฐานะส่วนหนึ่งของแผนสันติภาพ 20 ข้อที่สหรัฐฯ เป็นผู้ร่าง เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ และสนับสนุนการฟื้นฟูฉนวนกาซา
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎบัตรของคณะกรรมการดังกล่าว ซึ่งมีรายงานว่าแนบไปกับจดหมายเชิญผู้นำประเทศต่าง ๆ กลับไม่มีการกล่าวถึงฉนวนกาซา หากแต่กำหนดบทบาทในวงกว้าง โดยวางให้เป็นกลไกภายใต้การกำกับของสหรัฐฯ เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและสงครามทั่วโลก ซึ่งเป็นบทบาทที่ UN ทำหน้าที่มาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ
นักการทูตรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า โครงการดังกล่าวเปรียบเสมือน "UN ฉบับทรัมป์" ที่ละเลยหลักการพื้นฐานของกฎบัตร UN ขณะที่นักการทูตตะวันตกอีกสามรายมองว่า หากเดินหน้าโครงการนี้จริง อาจส่งผลกระทบต่อบทบาทและความน่าเชื่อถือของ UN
หลังถูกสอบถามถึงร่างกฎบัตรของคณะกรรมการสันติภาพที่สหรัฐฯ เสนอนั้น ฟาร์ฮาน ฮัก รองโฆษกเลขาธิการ UN เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (18 ม.ค.) ว่า อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการ UN มีความเห็นว่า ประเทศสมาชิกมีเสรีภาพในการรวมกลุ่มและจัดตั้งความร่วมมือในรูปแบบต่าง ๆ ได้