กองบัญชาการกลาโหมฟินแลนด์ระบุว่า รัสเซียมีแนวโน้มว่าจะพยายามสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานใต้น้ำในทะเลบอลติกอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานข่าวกรองทางทหารประจำปีที่เผยแพร่ในวันนี้ (22 ม.ค.)
รายงานระบุว่า ภูมิภาคทะเลบอลติกอยู่ในภาวะเฝ้าระวังขั้นสูง หลังเกิดเหตุขัดข้องของระบบไฟฟ้า สายสื่อสารโทรคมนาคม และท่อส่งก๊าซหลายต่อหลายครั้ง นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนในปี 2565 โดยเหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นในคืนส่งท้ายปีเก่า เมื่อทางการฟินแลนด์เข้ายึดเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งที่เดินทางจากรัสเซียไปยังอิสราเอล หลังต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการทำลายสายสื่อสารใต้น้ำ
ตลอดปีที่ผ่านมา องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ได้เพิ่มกำลังทางทหารในภูมิภาคนี้ ทั้งเรือฟริเกต อากาศยาน และโดรนทางทะเล เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังความมั่นคง
พลตรี เพ็กกา ทูรูเนน หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของฟินแลนด์ระบุว่า มีความชัดเจนว่ารัสเซียมีศักยภาพในการทำลายโครงสร้างพื้นฐานใต้น้ำหากต้องการทำจริง ๆ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานชี้ชัดที่ยืนยันได้ว่า รัสเซียหรือรัฐใดอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ล่าสุด
ด้านรัสเซียปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านี้ และเมื่อปีที่ผ่านมาได้จัดการฝึกซ้อมของตนเองเพื่อรับมือกับผู้ก่อวินาศกรรมใต้น้ำในทะเลบอลติก