สำนักข่าว Tasnim รายงานว่า อิหร่านได้นำโดรนสังหารที่ผลิตขึ้นภายในประเทศจำนวน 1,000 ลำเข้าประจำการยังเหล่าทัพต่าง ๆ ได้แก่ กองทัพบก กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากสหรัฐ
Tasnim รายงานว่า โดรนเหล่านี้ได้รับการพัฒนาร่วมกันโดยผู้เชี่ยวชาญของกองทัพและกระทรวงกลาโหม เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป และนำบทเรียนที่ได้จาก "สงคราม 12 วัน" กับอิสราเอลเมื่อปีที่แล้วมาปรับใช้ โดยโดรนมีขีดความสามารถในการโจมตี การทำลาย การลาดตระเวน ในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการโจมตีเป้าหมายทั้งแบบอยู่กับที่และเคลื่อนที่ ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ
นายอามีร์ ฮาตามี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า กองทัพได้ให้ความสำคัญต่อการรักษาและสร้างความได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้สามารถปฏิบัติการรบได้อย่างรวดเร็ว และตอบโต้การรุกรานอย่างรุนแรงและเด็ดขาด
การส่งมอบโดรนดังกล่าวมีขึ้น หลังจากสหรัฐส่งกองเรือนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮัม ลินคอล์น เข้าสู่ตะวันออกกลาง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่าน หากไม่ยอมเจรจาทำข้อตกลงนิวเคลียร์