สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า สหรัฐฯ ได้ใช้อาวุธหลากหลายประเภทในการโจมตีอิหร่านภายใต้ปฏิบัติการ "Operation Epic Fury" เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ซึ่งรวมถึงการนำบริการปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากบริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) อย่างคล็อด (Claude) เข้ามาช่วยในภารกิจนี้ด้วย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (27 ก.พ.) ว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานรัฐบาลยุติการทำงานร่วมกับบริษัทแอนโทรปิก ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตรียมประกาศให้บริษัทดังกล่าวเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งนับเป็นผลกระทบครั้งใหญ่ต่อบริษัทปัญญาประดิษฐ์รายนี้ ภายหลังเกิดข้อขัดแย้งเกี่ยวกับมาตรการควบคุมความปลอดภัยของเทคโนโลยี
มาตรการดังกล่าว ซึ่งประกาศโดยรัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ อาจทำให้บริษัทคู่สัญญาของเพนตากอนไม่สามารถนำเทคโนโลยี AI ของ Anthropic ไปใช้ในโครงการต่าง ๆ ได้ โดยปกติการกำหนดสถานะเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานมักใช้กับซัพพลายเออร์จากประเทศคู่แข่ง
ทรัมป์ระบุว่า กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานอื่นที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Anthropic จะมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 6 เดือน พร้อมเตือนว่า หาก Anthropic ไม่ให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนผ่าน รัฐบาลจะใช้อำนาจประธานาธิบดีอย่างเต็มที่เพื่อบังคับให้ปฏิบัติตาม และอาจมีบทลงโทษทางแพ่งและอาญาตามมา