ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดจาก CNN ที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์เผยให้เห็นว่า ชาวอเมริกัน 59% ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน
การสำรวจดังกล่าวจัดทำโดย SSRS ซึ่งมีการเก็บข้อมูลภาคสนามในระยะเวลาไม่นานหลังจากกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากการโจมตี โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 60% ระบุว่า พวกเขาไม่เชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแผนการที่ชัดเจนในการรับมือกับสถานการณ์นี้ และ 62% เห็นว่าเขาควรได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสสำหรับปฏิบัติการทางทหารใดๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ประมาณ 39% มองว่าสหรัฐฯ ยังพยายามไม่มากพอในด้านการทูตก่อนจะตัดสินใจใช้กำลังทางทหาร ในขณะที่มีเพียง 27% ที่รู้สึกว่าสหรัฐฯ ใช้ความพยายามทางการทูตอย่างเพียงพอแล้ว และอีก 33% ไม่แน่ใจในประเด็นนี้
ราว 56% กล่าวว่าพวกเขามองเห็นความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะยืดเยื้อในระยะยาว โดย 24% ในจำนวนนี้เห็นว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผลสำรวจล่าสุดนี้ถูกเผยแพร่ออกมาเพียงหนึ่งวันหลังจากโพลของ Reuters/Ipsos ระบุว่าชาวอเมริกัน 43% คัดค้านการโจมตีอิหร่าน
ขณะเดียวกัน การเปิดเผยผลสำรวจทั้งสองมีขึ้นในช่วงเวลาที่สมาชิกสภานิติบัญญัติจากทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันมีความเห็นแตกแยกอย่างรุนแรงต่อกรณีการโจมตีอิหร่าน
ตามรายงานของ CNN พบว่า สมาชิกพรรครีพับลิกันมีแนวโน้มเห็นด้วยกับปฏิบัติการทางทหารถึง 77% ซึ่งสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับสมาชิกเดโมแครตที่เห็นด้วยเพียง 18% และสมาชิกอิสระ 32%
ทั้งนี้ สมาชิกสภาจากพรรคเดโมแครตวิจารณ์การกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยโต้แย้งว่าไม่มีภัยคุกคามที่จวนตัวและปฏิบัติการนี้ไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส นอกจากนี้ยังเตือนว่าทรัมป์อาจกำลังลากสหรัฐฯ เข้าสู่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางอีกครั้งหนึ่ง