ฌ็อง-นอแอล บาร์โร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส เปิดเผยในวันนี้ (3 มี.ค.) ว่า ฝูงเครื่องบินขับไล่ราฟาล (Rafale) ของกองทัพฝรั่งเศสที่ประจำการอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้เริ่มเปิดปฏิบัติการ "รักษาความปลอดภัยทางอากาศ" เหนือน่านฟ้าฐานทัพของฝรั่งเศสในประเทศดังกล่าวแล้ว
บาร์โรให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ BFM TV ของฝรั่งเศส โดยระบุว่า เนื่องจากฝรั่งเศสมีฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศตั้งอยู่ใน UAE ฝูงบินรบราฟาลพร้อมด้วยลูกเรือจึงถูกสั่งระดมกำลังด่วนเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับอาคารสถานที่ของกองทัพฝรั่งเศสอย่างเข้มงวด พร้อมประกาศจุดยืนว่าฝรั่งเศส "มีสิทธิที่จะแทรกแซง" ในสถานการณ์ดังกล่าว
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) บาร์โรเพิ่งออกมาย้ำว่า ฝรั่งเศสมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมในการปกป้องกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับและจอร์แดน ภายใต้ข้อตกลงด้านความมั่นคงที่มีพันธะผูกพันร่วมกัน
การยกระดับการเฝ้าระวังของฝรั่งเศสมีขึ้นหลังจากที่คาทรีน โวแทร็ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกองทัพฝรั่งเศส เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 มี.ค.) ว่า โรงเก็บเครื่องบิน ณ ฐานทัพเรือฝรั่งเศส ซึ่งตั้งอยู่ติดกับฐานทัพของ UAE ได้ถูกโจมตีด้วยโดรนที่พุ่งเป้าถล่มท่าเรือในกรุงอาบูดาบี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินในวงจำกัด และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ทั้งนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังลุกลามบานปลายอย่างหนัก นับตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวันเสาร์ (28 ก.พ.) หลังจากกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศร่วมกัน ถล่มกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญหลายแห่งของอิหร่าน ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตพร้อมกับสมาชิกครอบครัว ผู้บัญชาการทหารระดับสูง และพลเรือน ขณะที่ทางการอิหร่านได้ตอบโต้กลับด้วยการระดมยิงขีปนาวุธและส่งฝูงโดรนโจมตีหลายระลอกเข้าใส่อิสราเอล รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ที่กระจายอยู่ทั่วตะวันออกกลาง