อิหร่านขู่ ไม่ให้น้ำมัน "แม้แต่ลิตรเดียว" ออกจากตอ.กลาง หากสหรัฐ-อิสราเอลยังไม่หยุดโจมตี

ข่าวต่างประเทศ Tuesday March 10, 2026 12:04 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศกร้าวผ่านสื่อแห่งรัฐในวันนี้ (10 มี.ค.) ว่าจะไม่ยอมให้น้ำมัน "แม้แต่ลิตรเดียว" ถูกส่งออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง หากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไป และตนคือผู้ที่จะกำหนดจุดจบของสงครามครั้งนี้

ท่าทีดังกล่าวส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาเตือนสวนกลับบนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า หากอิหร่านทำสิ่งใดก็ตามที่ขัดขวางการลำเลียงน้ำมันภายในช่องแคบฮอร์มุซ พวกเขาจะถูกสหรัฐอเมริกาโจมตีหนักกว่าเดิมยี่สิบเท่า เมื่อเทียบกับที่พวกเขาเคยโดนโจมตีมาจนถึงตอนนี้

คำกล่าวของปธน.ทรัมป์มีขึ้นหลังจากตลาดการเงินโลกผันผวนอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค.) ท่ามกลางความกังวลว่าฝ่ายความมั่นคงของอิหร่านกำลังผนึกกำลังสนับสนุนโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ และไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอยในเร็ว ๆ นี้

ปธน.ทรัมป์เตือนว่า สหรัฐฯ อาจยกระดับการโจมตีอย่างรุนแรงหากอิหร่านพยายามปิดกั้นเส้นทางเดินเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันถึง 1 ใน 5 ของโลก โดยทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า "สหรัฐฯ จะโจมตีพวกเขาอย่างหนัก จนพวกเขาหรือใครก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือ จะไม่มีทางฟื้นฟูภูมิภาคส่วนนั้นของโลกให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก"

วิกฤตสงครามที่เกิดขึ้นส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดตายไปโดยปริยาย เรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถเดินเรือได้นานกว่าหนึ่งสัปดาห์ บีบให้กลุ่มผู้ผลิตต้องระงับการสูบน้ำมันเนื่องจากคลังจัดเก็บเต็มความจุ

อนึ่ง การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งของโมจตาบา คาเมเนอี เมื่อวันจันทร์ ดูเหมือนจะทำลายความหวังที่สงครามจะยุติลงโดยเร็ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานและตลาดหุ้นดิ่งลงอย่างหนัก ก่อนที่สถานการณ์จะพลิกกลับเมื่อปธน.ทรัมป์ออกมาคาดการณ์ถึงการสิ้นสุดของสงครามในเร็ววัน ประกอบกับมีรายงานว่าอาจมีการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรพลังงานของรัสเซีย

หลังจากได้หารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จะยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรด้านน้ำมันให้กับบางประเทศเพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลน แหล่งข่าวหลายรายระบุว่า นี่อาจหมายถึงการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้ความพยายามในการลงโทษรัฐบาลมอสโกจากกรณีสงครามยูเครนมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังมีทางเลือกอื่น ๆ เช่น การนำน้ำมันดิบสำรองทางยุทธศาสตร์ออกมาใช้ หรือการจำกัดการส่งออกน้ำมันของสหรัฐฯ

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเบรนท์ (Brent) ร่วงลงกว่า 10% ในวันอังคาร หลังจากที่พุ่งขึ้นไปถึง 29% ในวันจันทร์ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกก็เริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาเช่นกัน

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันเบนซินถือเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองอย่างมากในสหรัฐฯ โดยเฉพาะเมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมองว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้นเป็นความกังวลอันดับต้น ๆ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. ซึ่งพรรครีพับลิกันของปธน.ทรัมป์จะต้องพยายามรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสเอาไว้ให้ได้

ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอส (Reuters/Ipsos) ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์พบว่า ชาวอเมริกัน 67% คาดว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า และมีเพียง 29% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับการทำสงครามครั้งนี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ