สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ (FBI) กำลังดำเนินการสอบสวน โจ เคนต์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ (NCTC) ในข้อหาลักลอบเปิดเผยข้อมูลลับของทางราชการ
สำนักข่าวเอ็นบีซีนิวส์ (NBC News) อ้างอิงแหล่งข่าววงในว่า การสอบสวนดังกล่าวเริ่มมีมาตั้งแต่ก่อนที่เคนต์จะประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (17 มี.ค.) เพื่อประท้วงนโยบายการทำสงครามกับอิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ในการประกาศลาออก เคนต์ชี้แจงสาเหตุว่า เขาไม่อาจเห็นพ้องกับการตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่าน เนื่องจากมองว่าอิหร่านไม่ได้เป็น "ภัยคุกคามที่จวนตัว" อย่างที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามกล่าวอ้าง และยังระบุด้วยว่า ปัจจุบันประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกชักจูงไปในทางที่ผิดโดยอิสราเอล พร้อมย้ำจุดยืนว่าตนไม่อาจสนับสนุนการส่งคนหนุ่มสาวรุ่นต่อไปให้ไปตายในสงครามที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ใด ๆ แก่ชาวอเมริกัน และไม่คุ้มค่ากับชีวิตที่ต้องสูญเสียไป
หลังก้าวลงจากตำแหน่ง เคนต์ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ ทักเกอร์ คาร์ลสัน พิธีกรชื่อดังเมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) โดยยอมรับว่าเขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องเผชิญกับความพยายามทำลายความน่าเชื่อถือจากคนในรัฐบาล อันเป็นผลจากการประท้วงนโยบายครั้งนี้
"ผมเข้าใจดีว่า จากรูปแบบการลาออกและเนื้อหาในจดหมายของผม จะต้องมีคนในรัฐบาลชุดนี้จ้องเล่นงานและพยายามดิสเครดิตผม" เคนต์กล่าว "ผมเข้าใจเรื่องนั้นดี แต่ผมก็คิดว่าท่านประธานาธิบดีเป็นคนที่รับฟัง ท่านไม่ได้ฟังแค่ผมหรือคุณ แต่ท่านฟังคนหลากหลายกลุ่ม เพราะลึก ๆ ในใจแล้ว ท่านรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้มันไม่สู้ดีนัก และท่านต้องหาทางพาพวกเราลงจากหลังเสือให้ได้" และย้ำว่ายังคงยินดีหากมีโอกาสได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับปธน.ทรัมป์
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของเคนต์เรียกเสียงตอบโต้จากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวทันที แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ยืนยันว่า ปธน.ทรัมป์มีหลักฐานที่หนักแน่นและน่าเชื่อถือว่าอิหร่านเตรียมการที่จะโจมตีสหรัฐฯ ก่อน
ขณะที่ ทัลซี แกบเบิร์ด ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (DNI) ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสายตรงของเคนต์ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์เมื่อวันอังคารว่า อำนาจในการชี้ขาดว่าสิ่งใดเข้าข่ายเป็นภัยคุกคามที่จวนตัวนั้น เป็นดุลพินิจของประธานาธิบดีแต่เพียงผู้เดียว ส่วนสำนักงานของเธอมีหน้าที่แค่ประสานงานด้านข่าวกรองเพื่อนำเสนอข้อมูลที่ครบถ้วนที่สุดแก่ผู้นำสหรัฐฯ
อนึ่ง โจ เคนต์ เป็นอดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษ (Green Beret) ผู้คร่ำหวอดในวงการทหาร โดยเคยผ่านสมรภูมิรบมาถึง 11 ครั้งตลอดอายุราชการ 20 ปีในกองทัพบก ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) นอกจากนี้ เขายังต้องสูญเสีย แชนนอน เคนต์ ผู้เป็นภรรยา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรหัสลับของกองทัพเรือ จากเหตุลอบวางระเบิดโดยกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียเมื่อปี 2562 อีกด้วย