แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์ระดับชาติในวันนี้ (1 เม.ย.) โดยเตือนว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน พร้อมขอความร่วมมือให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
แถลงการณ์ดังกล่าวถ่ายทอดสดพร้อมกันผ่านสถานีโทรทัศน์และวิทยุช่องหลักเมื่อเวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (15.00 น. ตามเวลาไทย)
"ผมเข้าใจดีว่าในช่วงเวลานี้เป็นเรื่องยากที่จะมองโลกในแง่ดี สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ออสเตรเลียจะไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงในสงครามครั้งนี้ แต่ชาวออสเตรเลียทุกคนกลับต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น และพิษเศรษฐกิจจากสงครามจะยังคงยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน" นายกฯ อัลบาเนซีกล่าวนอกจากนี้ ผู้นำออสเตรเลียยังขอความร่วมมือให้ประชาชน "ช่วยกันคนละไม้คนละมือ" เพื่อบรรเทาภาวะน้ำมันตึงตัว เช่น ไม่กักตุนน้ำมันก่อนช่วงวันหยุดยาวเทศกาลอีสเตอร์ที่กำลังจะมาถึงในสัปดาห์นี้ และเปลี่ยนไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
"หากต้องขับรถเดินทาง ขออย่าเติมน้ำมันตุนไว้เกินความจำเป็น ให้เติมตามปกติที่เคยทำ โปรดนึกถึงเพื่อนร่วมชุมชน ผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบท และภาคอุตสาหกรรมสำคัญ และในช่วงหลายสัปดาห์ต่อจากนี้ หากใครสามารถเปลี่ยนไปนั่งรถไฟ รถประจำทาง หรือรถรางไปทำงานได้ ก็ขอให้ช่วยกัน" นายกฯ อัลบาเนซีระบุนายกฯ อัลบาเนซียอมรับว่าช่วงหลายเดือนข้างหน้า "อาจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก" แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือประชาชน
ก่อนหน้านี้เมื่อต้นสัปดาห์ รัฐบาลได้ประกาศลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินและดีเซลลง 50% พร้อมงดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนนสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครัวเรือนจากผลพวงของสงคราม โดยมาตรการดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าราว 2.55 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ปัจจุบัน ออสเตรเลียพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 90% จึงต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและภาวะขาดแคลนในบางพื้นที่ ซึ่งเป็นผลพวงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ