มติ UNSC เปิดช่องแคบฮอร์มุซถูกจีน-รัสเซียใช้สิทธิวีโต้

ข่าวต่างประเทศ Wednesday April 8, 2026 01:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

จีนและรัสเซียใช้สิทธิยับยั้ง (วีโต้) ต่อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ในวันนี้ โดยมติดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าร่างมติดังกล่าวได้ถูกแก้ไขหลายครั้งเพื่อหวังให้ทั้งสองประเทศหลีกเลี่ยงการใช้สิทธิวีโต้

ทั้งนี้ ผลการลงมติอยู่ที่ 11 ต่อ 2 เสียง โดยมี 2 ประเทศงดออกเสียง ได้แก่ ปากีสถานและโคลอมเบีย

นายอับดุลลาติฟ บิน ราชิด อัล ซายานี ผู้แทนถาวรของบาห์เรนในสหประชาชาติ กล่าวหลังการลงมติว่า 'การที่ UNSC ไม่สามารถผ่านมตินี้ได้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดไปยังโลก และต่อประชาชนทั่วโลก ว่าภัยคุกคามต่อเส้นทางขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีการดำเนินการอย่างเด็ดขาดจากองค์กรที่มีหน้าที่รักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ'

ก่อนการลงมติ เขายังตั้งคำถามว่า ประชาคมโลกจะยอมรับการถูกจับเป็นตัวประกันทางเศรษฐกิจหรือไม่ โดยได้ชี้ถึงภัยคุกคามของอิหร่าน ต่อการค้าโลกและความมั่นคงทางอาหารจากการปิดช่องแคบ

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่ามติดังกล่าวที่เสนอโดยบาห์เรน แม้จะผ่านที่ประชุม UNSC ก็อาจไม่สามารถส่งผลต่อสงครามที่ดำเนินมาถึงสัปดาห์ที่ 6 เนื่องจากมติถูกปรับลดเนื้อหาลงอย่างมากเพื่อพยายามให้รัสเซียและจีนเลือกงดออกเสียงแทนการใช้สิทธิยับยั้ง

ร่างข้อเสนอเดิมจากประเทศในอ่าวอาหรับได้ให้อำนาจประเทศต่าง ๆ ใช้ "ทุกวิถีทางที่จำเป็น" ซึ่งในภาษาของสหประชาชาติหมายรวมถึง การใช้กำลังทางทหาร เพื่อรับประกันการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และยับยั้งความพยายามปิดเส้นทาง

สหรัฐ ซึ่งสนับสนุนร่างมติดังกล่าวตั้งแต่แรก ได้วิพากษ์วิจารณ์ประเทศที่คัดค้านอย่างรุนแรง

นายไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า 'ไม่มีใครควรยอมรับการที่เศรษฐกิจโลกถูกจ่อด้วยปืน แต่ในวันนี้ รัสเซียและจีนกลับยอมรับสิ่งนั้น'

เขายังกล่าวว่า ทั้งสองประเทศได้ยืนอยู่เคียงข้างระบอบที่พยายามข่มขู่ประเทศในอ่าวให้ยอมจำนน

ทั้งนี้ หลังจากรัสเซีย จีน และฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่มีสิทธิยับยั้งมติใน UNSC แสดงการคัดค้านการใช้กำลัง มติดังกล่าวจึงถูกแก้ไขเพื่อตัดเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีออกทั้งหมด และเหลือเพียงมาตรการป้องกันเท่านั้น

ต่อมา ร่างมติถูกปรับเนื้อหาให้อ่อนลงอีก โดยตัดการอ้างอิงถึงการให้อำนาจโดยคณะมนตรีฯ และจำกัดขอบเขตเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซเท่านั้น จากเดิมที่รวมพื้นที่ใกล้เคียงด้วย ส่งผลให้มติที่ถูกยับยั้งในวันนี้ มีเน้อหาสนับสนุนอย่างยิ่งให้ประเทศต่าง ๆ ที่ใช้เส้นทางการค้าในช่องแคบ ประสานความร่วมมือในมาตรการป้องกัน เพื่อรับประกันความปลอดภัยของการเดินเรือ รวมทั้งการคุ้มกันเรือพาณิชย์ และการยับยั้งความพยายามปิดหรือรบกวนเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ มติดังกล่าวยังเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการโจมตีเรือพาณิชย์โดยทันที และยุติการขัดขวางเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบ รวมทั้งหยุดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ