ทั่วโลกจับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านในวันเสาร์นี้ (11 เม.ย.) ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน
คณะเจรจาของสหรัฐ ได้แก่ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของปธน.ทรัมป์
ส่วนคณะเจรจาของอิหร่านประกอบด้วย นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน และนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน
'การเจรจารอบแรกจะมีขึ้นในเช้าวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น' นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวในการแถลงข่าว
สื่อปากีสถานรายงานว่า โรงแรมเซเรนาในกรุงอิสลามาบัดจะเป็นสถานที่จัดการเจรจาดังกล่าว
แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของหัวข้อในการเจรจา แต่คาดว่าประเด็นสำคัญ ได้แก่ การที่อิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์, อิหร่านจะทำการส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ, การจำกัดขีดความสามารถในโครงการขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน, การยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค, การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน
ทั้งนี้ สหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีผลบังคับใช้วานนี้ ขณะที่อิหร่านทำการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ได้ประกาศปิดช่องแคบอีกครั้งในเวลาต่อมา โดยอ้างว่าการที่อิสราเอลยังคงทำการโจมตีเลบานอนถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และอิหร่านอาจถอนตัวจากข้อตกลง หากอิสราเอลยังคงทำการโจมตีเลบานอนต่อไป
อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวยืนยันว่า เลบานอนไม่ได้ถูกรวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าว