ลอรี ชาเวซ-เดอรีเมอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (20 เม.ย.) ขณะที่กระทรวงกำลังเร่งสอบสวนข้อร้องเรียนเรื่องการประพฤติมิชอบร้ายแรง ซึ่งรวมถึงการลักลอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับทีมงานรักษาความปลอดภัย ส่งผลให้เธอกลายเป็นรัฐมนตรีคนที่ 3 ที่พ้นจากคณะรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่ 2
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สตีเวน เจิ๊ง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารประจำทำเนียบขาว เป็นผู้ยืนยันความเคลื่อนไหวดังกล่าวผ่านการโพสต์ข้อความบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เอ็กซ์ (X) โดยระบุว่า ชาเวซ-เดอรีเมอร์เตรียมอำลาตำแหน่งในคณะบริหารเพื่อไปทำงานในภาคเอกชน และคีธ ซอนเดอร์ลิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน จะขึ้นมารักษาการในตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไป
การลาออกครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างช่วงโค้งสุดท้ายของการสอบสวนข้อร้องเรียนจากผู้แจ้งเบาะแส ซึ่งดำเนินมานานหลายเดือน โดยพุ่งเป้าไปที่พฤติกรรมไม่เหมาะสมของชาเวซ-เดอรีเมอร์ ทั้งเรื่องการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และการนำทรัพยากรหรืองบประมาณของกระทรวงไปใช้สำหรับการเดินทางส่วนตัว
นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ (NYT) ยังรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ตรวจราชการกระทรวงได้ขยายผลสอบสวนเธอและทีมงานใกล้ชิด ในประเด็นการส่งข้อความส่วนตัวและแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อพนักงานอายุน้อย ซึ่งก่อนหน้านี้ ประเด็นอื้อฉาวดังกล่าวได้กดดันให้หัวหน้าคณะทำงานและรองหัวหน้าคณะทำงานของเธอต้องชิงลาออกไปก่อนแล้ว และคาดว่าตัวชาเวซ-เดอรีเมอร์เองก็กำลังจะถูกเรียกสอบปากคำในเร็ว ๆ นี้เช่นกัน
ด้านชาเวซ-เดอรีเมอร์ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งว่า "แม้เวลาของดิฉันในคณะบริหารชุดนี้จะสิ้นสุดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าดิฉันจะหยุดต่อสู้เพื่อผู้ใช้แรงงานชาวอเมริกัน ดิฉันเฝ้ารอสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตในการก้าวไปทำงานในภาคเอกชน"
การอำลาตำแหน่งของชาเวซ-เดอรีเมอร์ทำให้เธอกลายเป็นเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีคนที่ 3 ที่ก้าวออกจากคณะรัฐมนตรีในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อจากคริสตี โนม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ที่ถูกสั่งปลดเมื่อเดือนมี.ค. และแพม บอนดี รัฐมนตรียุติธรรม ที่ลาออกหลังจากนั้นไม่ถึงเดือน
สำหรับชาเวซ-เดอรีเมอร์ เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีแรงงานเมื่อเดือนมี.ค. 2568 โดยขณะนั้นเธอได้รับเสียงสนับสนุนจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันในวุฒิสภา รวมถึงได้แรงหนุนจากสหภาพแรงงานรายใหญ่หลายแห่ง
อย่างไรก็ตาม หลังมีข่าวการลาออก สหพันธ์แรงงานและสภาองค์การอุตสาหกรรมแห่งสหรัฐอเมริกา (AFL-CIO) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่เคยสนับสนุนเธอ ได้ออกมาแถลงจุดยืนว่า สิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการในขณะนี้คือรัฐมนตรีแรงงานคนใหม่ที่ "เข้าใจคนวัยทำงานและพร้อมลงมือทำเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน"