ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) ว่า การหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนจะขยายออกไปอีก 3 สัปดาห์ หลังเสร็จสิ้นการหารือระหว่างเอกอัครราชทูตของทั้งสองประเทศ ณ ทำเนียบขาว
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 10 วันฉบับปัจจุบันมีผลบังคับใช้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางความพยายามของปธน.ทรัมป์ในการยุติสงครามกับอิหร่าน ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเงื่อนไขการขยายเวลาหยุดยิงที่อิสราเอลและเลบานอนเห็นชอบร่วมกันนั้นยังไม่ชัดเจน
ปธน.ทรัมป์เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า การหารือ ณ ห้องทำงานรูปไข่เป็นไปได้ด้วยดียิ่ง และเขาตั้งตารอที่จะจัดการประชุมระหว่างผู้นำอิสราเอลกับเลบานอนในอนาคตอันใกล้นี้
ทั้งนี้ ข้อขัดแย้งสำคัญในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน คือการที่อิสราเอลเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
ข้อตกลงหยุดยิงในระยะแรกเริ่มขึ้นหลังจากอิสราเอลและเลบานอนเปิดการเจรจาทางการทูตโดยตรงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีโดยมีมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพจัดการหารือ ณ กรุงวอชิงตัน
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อตกลงดังกล่าว แต่อิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงโจมตีตอบโต้กันไปมาอย่างต่อเนื่อง
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคาร (21 เม.ย.) ว่า สหรัฐฯ จะขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านจากเดิมที่มีกำหนด 2 สัปดาห์ออกไป โดยไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่ชัด พร้อมอ้างเหตุผลว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังเกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง และเสริมว่าการระงับการสู้รบจะดำเนินต่อไปจนกว่ารัฐบาลอิหร่านจะยื่นข้อเสนอที่เป็นเอกภาพเข้ามา