ผลการศึกษาซึ่งจัดทำโดยสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ (NBER) เผยให้เห็นว่า การที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) เร่งกวาดล้างผู้อพยพ กลับส่งผลลบต่อแรงงานที่เกิดในสหรัฐฯ ในบางอุตสาหกรรมที่ตกเป็นเป้าหมายหลัก เช่น ภาคก่อสร้าง
ผลการศึกษาพบว่า ในพื้นที่ที่มีสถิติการเข้าจับกุมเพิ่มขึ้นอย่างมาก อัตราการทำงานของแรงงานชายที่เกิดในสหรัฐฯ กลับลดลง โดยเฉพาะกลุ่มที่จบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือต่ำกว่า นอกจากนี้ นักวิจัยยังไม่พบหลักฐานว่านายจ้างมีการปรับเพิ่มค่าจ้างเพื่อดึงดูดให้แรงงานชาวอเมริกันเข้ามาทำงานทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงด้วย
งานวิจัยชิ้นนี้สร้างความกังขาต่อแนวคิดที่ว่า การบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดจะช่วยเพิ่มโอกาสงานให้กับคนอเมริกัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงงานต่างด้าวและแรงงานท้องถิ่นมักจะมีทักษะที่ส่งเสริมกันมากกว่าที่จะทำงานทดแทนกันได้โดยตรง โดยนักวิจัยระบุในรายงานว่า ในอุตสาหกรรมที่พึ่งพาแรงงานต่างด้าวค่อนข้างมากนั้น "เราไม่พบหลักฐานที่ชี้ถึงผลดีต่อตลาดแรงงานของชาวอเมริกัน ... ในทางกลับกัน แรงงานชาวอเมริกันเหล่านี้กลับได้รับผลเสียตามไปด้วย"
นอกจากนี้ งานวิจัยยังชี้ให้เห็นผลกระทบในแง่ของความหวาดระแวง โดยแรงงานที่ไม่มีเอกสารจำนวนมากเลือกที่จะเก็บตัวเพื่อเลี่ยงการถูกจับกุม ไม่ว่าจะยอมขาดงาน ไม่ส่งลูกไปโรงเรียน ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงการออกไปซื้อของหรือเข้าสังคม
ทั้งนี้ ข้อมูลจากโครงการข้อมูลการเนรเทศ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ระบุว่า ในปีที่ผ่านมามีการจับกุมโดย ICE ทั่วสหรัฐฯ ประมาณ 320,000 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าตัวเมื่อเทียบกับสถิติในปี 2567