แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รายหนึ่งได้เปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนในวันนี้ว่า ความคืบหน้าที่เกิดขึ้นเบื้องหลังความพยายามแสวงหาสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลาง และการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านนั้น "มีแนวโน้มที่ดีมากกว่าที่สาธารณชนรับรู้"
แหล่งข่าวระบุว่า การติดต่อทางการทูตที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในภูมิภาคและนานาชาติ ยังคงดำเนินต่อไปอย่างลับ ๆ แม้ภายนอกจะยังคงเห็นความตึงเครียดอย่างชัดเจน
'ความคืบหน้าที่กำลังเกิดขึ้นเบื้องหลังประตูที่ปิดอยู่ มีแนวโน้มเชิงบวกมากกว่าที่สาธารณชนรับรู้ แม้ดูอย่างผิวเผินจะยังคงมีความตึงเครียดปรากฏอยู่' แหล่งข่าวกล่าว พร้อมเสริมว่า ผู้นำปากีสถานกำลังใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันข้อตกลงสันติภาพที่ถาวรในภูมิภาค
แหล่งข่าวกล่าวเสริมว่า การเจรจาและความพยายามไกล่เกลี่ยที่กำลังดำเนินอยู่ อาจเริ่มให้ผลลัพธ์สำคัญที่เป็นรูปธรรมได้ในช่วงปลายสัปดาห์นี้
ด้านนายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน กล่าวว่า การตอบสนองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต่อคำร้องขอจากปากีสถานและประเทศอื่น ๆ ให้ระงับโครงการ Project Freedom จะช่วยส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการปรองดองในภูมิภาคอย่างมาก
นอกจากนี้ นายชารีฟกล่าวว่า ช่องทางการเจรจายังคงเปิดกว้าง และแสดงความเชื่อมั่นว่าการติดต่อสื่อสารระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะเปลี่ยนผ่านไปเป็นสันติภาพที่ยั่งยืนในไม่ช้า
Axios สื่อออนไลน์ของสหรัฐ รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 ราย และแหล่งข่าวอีก 2 รายที่ได้รับการบรรยายสรุปเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า ทำเนียบขาวเชื่อว่าสหรัฐกำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านในรูปแบบของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความยาว 1 หน้า จำนวน 14 ข้อ เพื่อยุติสงคราม และวางกรอบสำหรับการเจรจานิวเคลียร์ที่มีรายละเอียดมากขึ้น
แผนดังกล่าวระบุว่า อิหร่านจะต้องให้คำมั่นในการระงับโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อแลกกับการที่สหรัฐจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และยกเลิกการอายัดทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายจะยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
สหรัฐคาดว่าอิหร่านจะตอบกลับข้อเสนอดังกล่าวภายในเวลา 48 ชั่วโมงข้างหน้า ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่สหรัฐและอิหร่านเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงมากที่สุดนับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์