ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ประจำนครนิวยอร์ก มีคำสั่งเมื่อวันพุธ (6 พ.ค.) อนุมัติให้เปิดผนึกและเผยแพร่จดหมายลาตายที่อ้างว่าเป็นลายมือของเจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีผู้ล่วงลับจากคดีค้ามนุษย์ทางเพศ โดยศาลมีคำสั่งดังกล่าวตามคำร้องของหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ที่ชี้ว่า ทางการไม่มีเหตุผลอันควรที่จะปกปิดเอกสารชิ้นนี้ไว้อีกต่อไป
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ย้อนกลับไปช่วงก่อนที่เอปสตีนจะเสียชีวิตในห้องขังเมื่อเดือนส.ค. 2562 เขาเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่สำเร็จ ในตอนนั้น เพื่อนร่วมห้องขังให้การว่า เขาบังเอิญไปเจอจดหมายฉบับนี้สอดทิ้งไว้ในหนังสือของเอปสตีน
เนื้อความในจดหมายเขียนตัดพ้อไว้ว่า "พวกนั้นสอบสวนผมมาเป็นเดือน ๆ -- ไม่เจออะไรเลย!!!" และยังระบุความรู้สึกถึงความตายเอาไว้ว่า "ถือเป็นเรื่องน่ายินดีนะที่ได้สิทธิ์เลือกเวลาบอกลาโลกด้วยตัวเอง"
ตอนท้ายของจดหมายระบุว่า "จะให้ผมทำยังไงล่ะ -- แหกปากร้องไห้ฟูมฟายงั้นเหรอ!! ไม่สนุกหรอก -- ไม่คุ้มกันเลย!!"
จดหมายดังกล่าวเขียนด้วยลายมือ ไม่มีการลงวันที่ ไม่มีลายเซ็นกำกับ และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการนำไปพิสูจน์ยืนยันว่าเป็นลายมือของเอปสตีนจริงหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น เอกสารชิ้นนี้ยังไม่เคยปรากฏอยู่ในกองเอกสารคดีเอปสตีนหลายล้านหน้าที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เพิ่งสั่งเปิดผนึกไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
การมีอยู่ของจดหมายปริศนาฉบับนี้เพิ่งถูกตีแผ่โดยหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางสำนักข่าวจึงเดินหน้ายื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้เปิดเผยเนื้อหาสู่สาธารณะ จนนำมาสู่คำสั่งของ เคนเน็ธ คาราส ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นของสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้เปิดผนึกเอกสารตามที่สื่อร้องขอในที่สุด
สำหรับประวัติของเอปสตีนนั้น เขาเคยรับสารภาพผิดในศาลระดับรัฐเมื่อปี 2551 ในคดีล่อลวงผู้เยาว์เพื่อการค้าประเวณี ต่อมาในเดือนก.ค. 2562 เขาถูกตำรวจรวบตัวอีกครั้งในคดีระดับชาติข้อหาค้ามนุษย์ทางเพศ ก่อนจะกลายเป็นศพดับปริศนาคาห้องขังในเดือนถัดมา แม้ทางการสหรัฐฯ จะสรุปสำนวนว่าเขากระทำอัตวินิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย) แต่สังคมก็ยังคงตั้งข้อกังขาและเกิดทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับปมการเสียชีวิตของเขามาจนถึงทุกวันนี้