ทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวเกียวโดในวันอังคาร (12 พ.ค.) ว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ และหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้เห็นพ้องต้องกันในระหว่างการหารือทางโทรศัพท์เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาว่า จะไม่ยอมให้ประเทศใดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
พิกอตต์กล่าวว่า ในระหว่างการสนทนาเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา รูบิโอและหวัง อี้ "เห็นพ้องต้องกันว่า จะไม่อนุญาตให้ประเทศหรือองค์กรใดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางสำหรับการเดินทางผ่านน่านน้ำสากล เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ"
นอกจากนี้ พิกอตต์ระบุเพิ่มเติมว่า ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องกันว่าสหรัฐฯ และจีนควรสร้างความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์บนพื้นฐานของความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์ ด้วยความเคารพและเอื้อประโยชน์ต่อกัน
ทั้งนี้ การที่อิหร่านยังคงปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซในตะวันออกกลางนั้น ทำให้มีการคาดการณ์ว่าประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน จะเป็นหนึ่งในหัวข้อหลักที่จะมีการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในระหว่างการประชุมสุดยอดในสัปดาห์นี้
นอกจากนี้ การที่ปธน.ทรัมป์แสดงท่าทีไม่พอใจต่อความล่าช้าในการเจรจาเพื่อกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ประกอบกับราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ที่ยังคงพุ่งสูงขึ้น ทำให้มีการคาดการณ์เป็นวงกว้างว่าปธน.ทรัมป์จะขอให้ปธน.สีช่วยโน้มน้าวให้อิหร่านยอมบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ โดยจีนถือเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอิหร่านด้วย
รายงานระบุว่า รูบิโอได้ร่วมเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งพร้อมกับปธน.ทรัมป์ และพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการเดินทางเยือนจีนครั้งสำคัญที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง โดยปธน.ทรัมป์มีกำหนดพบปะหารือกับปธน.สีในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้ (14-15 พ.ค.)