โมฮาหมัด คาเล็ด นอร์ดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย เปิดเผยในวันนี้ (19 พ.ค.) ว่า รัฐบาลมาเลเซียได้ส่งหนังสือทวงถามไปยังนอร์เวย์เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกว่า 1 พันล้านริงกิต (ประมาณ 251 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หลังจากที่รัฐบาลนอร์เวย์ยกเลิกใบอนุญาตส่งออกระบบขีปนาวุธโจมตีเรือ ซึ่งเตรียมส่งมอบให้แก่กองทัพเรือมาเลเซียอย่างกะทันหัน
ทางการนอร์เวย์ระบุว่าได้เพิกถอนใบอนุญาตส่งออกเทคโนโลยีทางการทหารเฉพาะทางบางรายการที่ให้ไว้กับมาเลเซีย เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านการควบคุมการส่งออก การตัดสินใจกะทันหันนี้ทำให้มาเลเซียตั้งรับไม่ทันและจุดชนวนให้เกิดข้อพิพาททางการทูต โดยอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประณามความเคลื่อนไหวดังกล่าวว่า "เป็นการกระทำฝ่ายเดียวและไม่อาจยอมรับได้"
โมฮาหมัด คาเล็ด กล่าวว่า รัฐบาลจะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมเสริมว่ามาเลเซียได้ชำระเงินไปแล้วประมาณ 126 ล้านยูโร (146 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือคิดเป็น 95% ของมูลค่าสัญญาสำหรับระบบขีปนาวุธดังกล่าว
นอกจากนี้ มาเลเซียจะเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนและเปลี่ยนอุปกรณ์บนเรือรบที่ต่อขึ้นเพื่อรองรับขีปนาวุธของนอร์เวย์โดยเฉพาะ ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมกำลังพลใหม่
ทั้งนี้ แผนกธุรกิจด้านความมั่นคงของคองสเบิร์ก (Kongsberg) กลุ่มบริษัทสัญชาตินอร์เวย์ เคยระบุไว้เมื่อปี 2561 ว่า บริษัทได้ทำสัญญามูลค่า 124 ล้านยูโรกับกองทัพเรือมาเลเซีย เพื่อจัดหาขีปนาวุธ NSM สำหรับเรือรบปฏิบัติการชายฝั่ง จำนวน 6 ลำ และยังมีสัญญาฉบับที่สองเพื่อจัดหาระบบดังกล่าวให้กับเรือรบอีก 2 ลำด้วยเช่นกัน