ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันศุกร์ (3 ก.ค.) โดยดัชนี STOXX 600 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างวัน ก่อนปิดบวกที่ระดับสูงสุดใหม่ และทำสถิติปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพ.ค. ขณะที่ดัชนี DAX ของเยอรมนีปิดบวก และทำสถิติสูงสุดตลอดกาลเช่นกัน
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 652.77 จุด เพิ่มขึ้น 4.42 จุด หรือ +0.68%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,508.07 จุด เพิ่มขึ้น 33.21 จุด หรือ +0.39%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,779.31 จุด เพิ่มขึ้น 198.43 จุด หรือ +0.78%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,679.03 จุด เพิ่มขึ้น 26.16 จุด หรือ +0.25%
ทั้งนี้ ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปเบาบางลง เนื่องจากตรงกับวันหยุดของตลาดการเงินสหรัฐฯ เนื่องในวันชาติ
บรรยากาศการลงทุนได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มวัฏจักร เช่น หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม ธนาคาร และบริการทางการเงิน หลังแรงซื้อที่ก่อนหน้านี้กระจุกตัวอยู่ในหุ้นเทคโนโลยีเริ่มขยายไปยังกลุ่มอื่น ประกอบกับความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มกลาโหมยังปรับตัวขึ้น 0.7% หลังรัสเซียโจมตียูเครนด้วยการโจมตีที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในปีนี้ ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะมีการเพิ่มงบประมาณและกำลังการผลิตด้านกลาโหมท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยหุ้นกลุ่มกลาโหมถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุดในสัปดาห์นี้
นักลงทุนยังได้รับแรงหนุนจากรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดี (2 ก.ค.) ที่ออกมาไม่ร้อนแรงนัก ซึ่งช่วยเสริมความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปจนถึงช่วงปลายปี ขณะที่ข้อมูลกิจกรรมทางธุรกิจทั่วโลกยังสะท้อนว่าเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งโดยรวม
ส่วนข้อมูลของยูโรโซนบ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้นต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจมีความสมดุลมากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน
นักเศรษฐศาสตร์จาก Jefferies กล่าวว่า เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย. ผู้กำหนดนโยบายส่งสัญญาณเข้มงวดด้านนโยบายการเงินน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แม้จะไม่ได้หมายความว่าการต่อสู้กับเงินเฟ้อสิ้นสุดลงแล้ว แต่สะท้อนว่าธนาคารกลางต่าง ๆ มีความมั่นใจมากขึ้นต่อทิศทางของเงินเฟ้อ
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนคาดว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 0.23% ในปีนี้
นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก Trade Nation กล่าวว่า ดัชนีหุ้นยุโรปซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีน้อยกว่าตลาดสหรัฐฯ กำลังกลับมาได้รับความสนใจ เนื่องจากหุ้นยุโรปมีมูลค่าซื้อขายที่ถูกกว่าหุ้นสหรัฐฯ อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากกระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) น้อยกว่า
สำหรับหุ้นรายตัว หุ้นซีเมนส์ (Siemens) กลุ่มอุตสาหกรรมของเยอรมนี พุ่งขึ้น 2.6% และเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อดัชนี DAX หลัง Kepler Cheuvreux ปรับเพิ่มคำแนะนำลงทุนเป็น ถือ จากเดิม ลดน้ำหนักการลงทุน
หุ้น Aixtron ผู้ผลิตชิปของเยอรมนี พุ่งขึ้น 6% ขณะที่หุ้น Soitec และ BE Semiconductor ปรับตัวขึ้น 5% และ 4.2% ตามลำดับ
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช