กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้แถลงว่า ผลการสืบสวนทำให้เชื่อได้ว่า ขีปนาวุธต่อต้านเรือที่พัฒนาและใช้งานโดยอิหร่านได้ถูกนำมาใช้โจมตีเรือของเกาหลีใต้ในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อต้นเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ากลุ่มใดในอิหร่านเป็นผู้ลงมือโจมตี หรือว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาหรือไม่
ทั้งนี้ เรือบรรทุกสินค้า HMM Namu ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทเดินเรือ HMM Co. ของเกาหลีใต้ ถูกวัตถุบินไม่ทราบชนิด 2 ชิ้นโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 4 พ.ค. ทำให้เกิดการระเบิดและเพลิงไหม้ ส่งผลให้ลูกเรือ 1 ราย จากทั้งหมด 24 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
พัค ยุน-จู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนที่หนึ่ง แถลงผลการสืบสวนในวันนี้ (27 พ.ค.) ว่า จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคสรุปได้ว่า วัตถุบินไม่ทราบชนิดดังกล่าวน่าจะเป็นขีปนาวุธต่อต้านเรือตระกูลนูร์ (Noor) ที่พัฒนาโดยอิหร่าน ผลการสืบสวนระบุว่าหัวรบแรกไม่ทำงาน ในขณะที่หัวรบที่สองระเบิดเมื่อกระทบเป้าหมาย โดยขีปนาวุธชนิดนี้ถูกใช้โดยกองทัพเรืออิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) และกลุ่มที่สนับสนุนอิหร่าน
แม้ว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ไม่สามารถยืนยันสถานที่ยิงขีปนาวุธ ผู้ก่อเหตุ หรือเจตนาที่แท้จริงของการโจมตี แต่พัคกล่าวว่า "หลักฐานหลายชิ้นชี้ไปที่อิหร่าน" พร้อมกับเสริมว่า "ในส่วนของเจตนานั้น เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะสรุปได้อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นเรื่องเชิงอัตวิสัยและไม่สามารถพิสูจน์ได้ เว้นแต่ผู้ก่อเหตุจะยอมรับเอง"
พัคระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศจะเรียกตัวเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำเกาหลีใต้เข้าพบเพื่อประท้วงอย่างรุนแรงต่อกรณีโจมตีเรือของเกาหลีใต้ พร้อมกับเรียกร้องให้มี "มาตรการแสดงความรับผิดชอบ" รวมถึงดำเนินการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก