ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อยในวันศุกร์ (4 ก.ย.) แต่ปิดสัปดาห์นี้ในแดนลบ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ขณะที่หุ้น Volkswagen พุ่งขึ้นแรงหลังบริษัทบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูกิจการครั้งใหญ่ ซึ่งช่วยพยุงตลาดโดยรวม
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 649.88 จุด เพิ่มขึ้น 0.78 จุด หรือ +0.12%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,278.77 จุด ลดลง 7.63 จุด หรือ -0.09%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,046.40 จุด เพิ่มขึ้น 43.08 จุด หรือ +0.17%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,831.09 จุด ลดลง 0.41 จุด หรือ -0.00%
ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ แต่ตลอดทั้งสัปดาห์ลดลง 0.8% หลังตลาดเผชิญความผันผวน โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นผลักดันราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น และทำให้นักลงทุนกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง หนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มที่ธนาคารกลางจะใช้นโยบายการเงินตึงตัวเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งยังส่งผลลบต่อบรรยากาศการลงทุนในวันศุกร์ โดยสะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงมีเสถียรภาพ และเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.นี้
นักลงทุนจะจับตาข้อมูลเงินเฟ้อจากราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในสัปดาห์หน้า เพื่อประเมินทิศทางนโยบายของเฟดให้ชัดเจนมากขึ้น
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า การที่ เควิน วอร์ช ประธานเฟดให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อมากกว่าความอ่อนแอของตลาดแรงงานในการประชุมที่แจ็กสัน โฮล ได้รับการยืนยันจากข้อมูลล่าสุด และรายงานดังกล่าวทำให้เฟดมีเหตุผลมากขึ้นที่จะเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินในเดือนก.ย.
แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ยังเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปเองกำลังเผชิญการเติบโตที่ซบเซาและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงหนุนในช่วงท้ายของการซื้อขาย หลังราคาน้ำมันระหว่างวันปรับตัวลง ขณะที่ข่าวความเคลื่อนไหวของบริษัทต่าง ๆ ช่วยปรับบรรยากาศการลงทุนให้ดีขึ้น
หุ้น Volkswagen เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงตลาด โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้น 5.9% แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน และเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี DAX ของเยอรมนี หลังคณะกรรมการกำกับดูแลของ Volkswagen บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูกิจการครั้งใหญ่ ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นกับสหภาพแรงงานและรัฐโลเวอร์แซกโซนี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท
Volkswagen เผชิญแรงกดดันจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ตลาดยุโรปที่ซบเซา และการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์จีน ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรและกดดันราคาหุ้นของบริษัท โดยแม้หุ้นจะพุ่งขึ้นในวันศุกร์ แต่ยังลดลง 22% นับตั้งแต่ต้นปี
การปรับตัวขึ้นของ Volkswagen ยังช่วยหนุนดัชนีหุ้นกลุ่มยานยนต์ยุโรปให้เพิ่มขึ้น 1.1%
นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้า นักลงทุนจะจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยตลาดคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%
JPMorgan และ BNP Paribas คาดว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนธ.ค. เนื่องจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงเพิ่มแรงสนับสนุนให้ ECB เดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช