กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นประกาศส่งเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) จำนวน 4 นายไปยังกองบัญชาการโครงการความช่วยเหลือด้านความมั่นคงและการฝึกอบรมสำหรับยูเครนของนาโต (NSATU) ในประเทศเยอรมนีเป็นครั้งแรกในวันศุกร์ (29 พ.ค.)
กระทรวงกลาโหมระบุว่า การส่งกำลังพลในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของญี่ปุ่น ผ่านการถอดบทเรียนจากยูเครน ซึ่งรวมถึงรูปแบบการทำสงครามแนวใหม่ที่พบในความขัดแย้งกับรัสเซีย
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยกระชับความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นและนาโตให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ท่ามกลางความมั่นคงของภูมิภาคยูโร-แอตแลนติกและอินโด-แปซิฟิก ที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างไม่อาจแยกขาดได้มากขึ้น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า กองบัญชาการของนาโตดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนก.ค. 2567 มีกำลังพลประมาณ 700 นาย ทำหน้าที่ประสานงานด้านการจัดหาอุปกรณ์ทางทหารและการฝึกอบรมให้แก่ยูเครน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกและประเทศหุ้นส่วน
เจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นทั้ง 4 นาย จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 1 ปี ในวันจันทร์ (1 มิ.ย.) ณ ฐานทัพสหรัฐฯ ในเมืองวีสบาเดน ทางตะวันตกของเยอรมนี โดยเจ้าหน้าที่ 2 นายมาจากกองกำลังป้องกันตนเองทางบก ส่วนอีก 2 นายมาจากกองกำลังป้องกันตนเองทางเรือและกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศอย่างละ 1 นาย
กระทรวงฯ เผยว่า หน้าที่ของพวกเขาจะเกี่ยวข้องกับการประสานงานด้านกิจกรรมสนับสนุนเป็นหลัก ไม่ใช่การปฏิบัติการรบ พร้อมเสริมว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการสู้รบ
เก็น นากาตานิ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น ได้แจ้งเจตจำนงของญี่ปุ่นในการเข้าร่วมภารกิจนี้ ระหว่างการหารือกับมาร์ก รุตเต เลขาธิการนาโต เมื่อเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว