เซเปดา ผู้สมัครปธน.ฝ่ายซ้ายโคลอมเบีย ถอยแผนร่างรธน.ใหม่ หวังดึงเสียงโหวตกลุ่มสายกลาง

ข่าวต่างประเทศ Friday June 5, 2026 09:44 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

อีวาน เซเปดา ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโคลอมเบียจากพรรคฝ่ายซ้าย เปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอเมื่อวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.) ว่า เขาจะแสวงหาฉันทามติเพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศหากเขาชนะการเลือกตั้งรอบที่สองในวันที่ 21 มิ.ย. นี้ โดยเขายอมถอยจากการผลักดันให้จัดตั้ง "สภาร่างรัฐธรรมนูญ" เพื่อเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้ก็เพื่อหวังดึงดูดคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มสายกลาง

ก่อนหน้านี้ เซเปดาเคยกล่าวว่าเขาจะสนับสนุนการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหน่วยงานนิติบัญญัติชั่วคราวที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อเป็นช่องทางในการขยายผลการปฏิรูปสังคมครั้งใหญ่ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนในวงกว้างเสียก่อน

ขณะที่ กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบียคนปัจจุบัน สนับสนุนการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ แม้จะเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักการเมืองและผู้มีสิทธิเลือกตั้งฝ่ายขวาและกลุ่มสายกลาง รวมถึง อาเบลาร์โด เด ลา เอสปริเอลลา ผู้สมัครฝ่ายขวา ซึ่งมองว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่มีความจำเป็น และอาจทำให้ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจตามระบอบประชาธิปไตยต้องตกอยู่ในความเสี่ยง

ทั้งนี้ เซเปดามีคะแนนตามมาเป็นอันดับสองรองจาก เด ลา เอสปริเอลลา ในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (31 พ.ค.) ทำให้เซเปดาจำเป็นต้องดึงคะแนนเสียงจากกลุ่มสายกลางมาให้ได้ เพื่อให้มีโอกาสเอาชนะเด ลา เอสปริเอลลา ซึ่งคาดว่าจะได้คะแนนสมทบจากผู้สมัครฝ่ายขวาคนอื่น ๆ ที่ตกรอบไปแล้ว

เซเปดากล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้คณะกรรมการรัฐบาลที่ปธน.เปโตรตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งชาติ ได้ยุติการทำงานลงแล้ว

เซเปดากล่าว โดยเอ่ยชื่อ เอดา คิลคิว ผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของตนในถ้อยแถลงด้วยว่า "วันนี้ คณะกรรมการส่งเสริมสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งชาติ หลังจากได้ทบทวนสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่ ได้ตัดสินใจยุติการล่ารายชื่อสนับสนุนข้อริเริ่มนี้ โดยระบุว่าเพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องจากภาคประชาธิปไตยหลายส่วน ทางคณะกรรมการจึงตัดสินใจเข้าร่วมข้อเสนอที่นำโดยนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่าง เอดา คิลคิว และอีวาน เซเปดา เพื่อสร้างข้อตกลงระดับชาติในวงกว้างที่จะนำไปสู่การปฏิรูปสังคม"

ขณะเดียวกัน เซเปดายังได้กล่าวหา เด ลา เอสปริเอลลา ว่าพยายามจะรื้อถอนโครงการเพื่อสังคมและระบบคุ้มครองกลุ่มคนเปราะบาง แม้ว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เด ลา เอสปริเอลลา จะออกมายืนยันว่า หากได้เป็นประธานาธิบดี เขาจะยังคงรักษานโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมากกว่า 20% ที่ริเริ่มโดยปธน.เปโตรเอาไว้ และจะไม่ลดเงินอุดหนุนช่วยเหลือประชาชนแต่อย่างใด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ