สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า บรรดาผู้นำของสหราชอาณาจักร (UK), ฝรั่งเศส, เยอรมนี และอิตาลี ได้ออกแถลงการณ์ร่วมขานรับข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ซึ่งมีการประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 มิ.ย.)
สำนักข่าวบีบีซี (BBC) รายงานอ้างอิงแถลงการณ์ดังกล่าวซึ่งระบุว่า "นี่คือช่วงเวลาแห่งโอกาสในการฟื้นฟูเสถียรภาพในภูมิภาค และสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบเศรษฐกิจโลก"
แม้จะระบุเน้นย้ำว่า อิหร่าน "ต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เป็นอันขาด" แต่กลุ่มประเทศมหาอำนาจยุโรปเหล่านี้ระบุว่า ตน "พร้อมที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบสนองต่อขั้นตอนอันชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ของอิหร่านในโครงการนิวเคลียร์"
นอกจากนี้ บรรดาผู้นำยุโรปยังได้เรียกร้องให้มีการนำข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน "ไปปฏิบัติอย่างรวดเร็วและครอบคลุม" โดยระบุว่า "การเร่งเปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อให้มีเสรีภาพในการเดินเรืออย่างไร้เงื่อนไขและข้อจำกัด ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง"
"พวกเราจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทางการสหรัฐฯ อิหร่าน และพันธมิตรในภูมิภาค เพื่อคว้าโอกาสในช่วงเวลานี้ไว้ รักษาแรงขับเคลื่อน และบรรลุข้อยุติทางการทูตในระยะยาวต่อไป" แถลงการณ์ร่วมระบุเสริมก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ได้ประกาศผ่านทางแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกันแล้วหลังจากการเจรจาอย่างเข้มข้น โดยพิธีลงนามอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศผ่านทางแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล (Truth Social) ว่า "ข้อตกลงกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเสร็จสมบูรณ์แล้วในขณะนี้ ผมได้สั่งการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยให้เรือสามารถสัญจรผ่านได้โดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม และในขณะเดียวกัน ผมได้สั่งการให้กองทัพเรือของสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลโดยทันที"