"ทรัมป์"ลงนามประกาศฉุกเฉิน อนุมัติงบสร้างกำแพงกั้นเม็กซิโก เลี่ยงการรับรองจากคองเกรส

ข่าวการเมือง Friday February 15, 2019 23:54 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำการแถลงข่าวในวันนี้ที่ทำเนียบขาว โดยระบุว่า เขาจะใช้อำนาจประธานาธิบดีลงนามในประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อออกกฎหมายอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงกั้นแนวชายแดนที่ติดกับเม็กซิโก โดยไม่ต้องผ่านการรับรองจากสภาคองเกรส

"ผมจะลงนามในประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีหลายคนเคยทำมาแล้ว สิ่งนี้แทบไม่เคยเกิดปัญหา และไม่มีใครสนใจ" ปธน.ทรัมป์กล่าว

นางซาราห์ ฮัคคาบี แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว ทวีตข้อความในเวลาต่อมา ระบุว่า ปธน.ทรัมป์ได้ลงนามในประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ทางด้านความมั่นคงและมนุษยธรรมตามแนวชายแดนทางใต้ของสหรัฐ

ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐเผชิญกับการบุกรุกของนักค้ายาเสพติด และนักค้ามนุษย์ รวมทั้งคลื่นผู้อพยพจำนวนมากที่ต้องการหลบหนีเข้ามาในสหรัฐ ทำให้สหรัฐมีความจำเป็นต้องสร้างกำแพงเพื่อสกัดกั้นคนเหล่านี้

อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ยอมรับว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินดังกล่าวจะทำให้เขาถูกฟ้อง ซึ่งเขาก็จะต่อสู้ถึงศาลฎีกา และคาดว่าจะได้รับชัยชนะในที่สุด

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ปธน.ทรัมป์ต้องการงบประมาณสร้างกำแพงจำนวน 8 พันล้านดอลลาร์ แต่ในร่างกฎหมายงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสนั้น มีการเจียดงบประมาณสำหรับการสร้างรั้วเพียง 1.375 พันล้านดอลลาร์ โดยมีความยาว 55 ไมล์ ไม่ใช่กำแพงคอนกรีตความยาว 215 ไมล์ตามที่ปธน.ทรัมป์ต้องการ

การประกาศภาวะฉุกเฉินในวันนี้ ทำให้ปธน.ทรัมป์สามารถดึงงบประมาณส่วนที่ขาดอยู่จากหน่วยงานอื่นได้ เพื่อให้ครบวงเงินสำหรับการสร้างกำแพงตามที่เขาต้องการ โดยคาดว่าปธน.ทรัมป์จะโยกงบประมาณจากกระทรวงการคลัง และกระทรวงกลาโหม

อย่างไรก็ดี นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร อาจยื่นฟ้องศาลเพื่อคัดค้านการใช้อำนาจประธานาธิบดีของปธน.ทรัมป์ดังกล่าว เนื่องจากอาจขัดต่อกฎหมาย

ทางด้านสภาคองเกรสมีมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวแล้ว และมีการคาดการณ์กันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามในร่างกฎหมายดังกล่าวก่อนเส้นตายในเวลาเที่ยงคืนวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือช่วงเที่ยงพรุ่งนี้ตามเวลาไทย เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์รอบ 2

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวจะให้เงินทุนแก่หน่วยงานรัฐบาลจำนวน 9 แห่งเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานต่อไปได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย. โดยหน่วยงานเหล่านี้ได้ถูกปิดทำการ และเจ้าหน้าที่รัฐบาลจำนวน 800,000 รายถูกพักงานชั่วคราวในช่วงชัตดาวน์ก่อนหน้านี้ ขณะที่หน่วยงานอื่นๆ ที่ถูกมองว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติยังคงสามารถเปิดดำเนินงานในช่วงชัตดาวน์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ