CNN ชี้นโยบายสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกของ"ทรัมป์"บั่นทอนโอกาสคว้าชัยเลือกตั้งเทอม 2

ข่าวการเมือง Thursday August 15, 2019 14:08 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ออกมาสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกแทนที่จะทำหน้าที่ผู้รักษาเสถียรภาพให้กับโลกอย่างที่สหรัฐเคยทำมาอย่างยาวนานในอดีตนั้น จะเป็นปัจจัยที่บ่อนทำลายโอกาสในการคว้าชัยศึกเลือกประธานาธิบดีสหรัฐของทรัมป์เอง

นโยบายที่สร้างความตื่นตระหนกทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจหลายระลอกนั้นกำลังสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก และยังก่อให้เกิดความตึงเครียดกับระบบการเมืองในระดับสากล ซึ่งซีเอ็นเอ็นมองว่า เป็นการกระทำที่จงใจของทรัมป์ที่จะบ่อนทำลาย

โดยตลาดหุ้นต่างๆที่พากันร่วงลงนั้น ถือเป็นสัญญาณเตือนของการถดถอยทั่วโลกที่ถูกทำให้รุนแรงขึ้นจากความหวั่นวิตกอันเนื่องมาจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ

นอกจากนี้ กรณีความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและปากีสถานที่ต่างครอบครองอาวุธนิวเคลียร์นั้น ก็เป็นอีกสถานการณ์ที่อันตราย และยังบ่งชี้ให้เห็นด้วยว่า กลไกการควบคุมอาวุธในช่วงหลังสงครามเย็นนั้น กำลังพังทลายลง

ส่วนความขัดแย้งระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นซึ่งเป็นฐานอำนาจของสหรัฐในเอเชียนั้น ก็กลายเป็นปัจจัยที่ก่อให้ปลุกความเกลียดชังในสมัยอดีตขึ้นมาอีกครั้ง

ความกังวลเกี่ยวกับการใช้มาตรการกวาดล้างผู้ชุมนุมในฮ่องกงเหมือนเมื่อครั้งที่มีการกวาดล้างที่จตุรัสเทียนอันเหมินของจีนนั้น กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น ในขณะที่ทรัมป์มีมุมมองที่แตกต่างออกไปในการจัดการกับกลุ่มผู้ประท้วง

และสำหรับกรณีของสหภาพยุโรปที่ถือเป็นกลุ่มที่มีส่วนสำคัญในการสร้างเสถียรภาพในโลกร่วมกับสหรัฐ ก็กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ประเทศสมาชิกรายสำคัญอย่างอังกฤษกำลังเตรียมถอนตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) ภายใต้การสนับสนุนอย่างยิ่งยวดจากทำเนียบขาว

นอกเหนือไปจากสถานการณ์และปัจจัยที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วนข้างต้นอันเนื่องมาจากนโยบายของทรัมป์แล้ว ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐก็เป็นอีกประเด็นที่ปะทุขึ้นจนเกือบจะทำให้เกิดสงครามหลังจากที่ทรัมป์ได้ใช้มาตรการกดดันอิหร่านในระดับสูงสุด

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า แม้ว่าทรัมป์จะไม่ได้เป็นผู้ก่อให้เกิดวิกฤตเหล่านี้ขึ้นมาทั้งหมด แต่การกระทำและความไม่เต็มใจของทรัมป์ที่จะผ่อนคลายสถานการณ์เหล่านี้ ทำให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหยั่งรากลึกลงไปอีกในหลายกรณี และการที่ทรัมป์ปฏิเสธที่จะเล่นบทผู้นำในการสร้างเสถียรภาพของโลกตามที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าประธานาธิบดีสหรัฐพึงกระทำนั้น กำลังก่อให้เกิดสุญญากาศทางอำนาจ และทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า ประเทศเหล่านี้อาจจะไม่ต้องเผชิญกับผลพวงต่างๆนานาที่ปกติอาจจะต้องได้รับจากทางสหรัฐ


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ