ข่าวอินโฟเควสท์
16:59 ซีอีโอ "ซาอุดี อารามโค" ยัน จะเริ่มการผลิตน้ำมันได้อย่างเต็มที่ภายในสิ้นเดือนนี้   สื่อต่างประเทศรายงานการเปิดเผยของนายเอมิน นาสเซอร์ ซีอีโอของ…
15:54 ผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาเดินขบวนในฮ่องกง หลังกลุ่มสนับสนุนจีนแห่ทำลายกำแพงเลนนอน   ผู้ประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยของฮ่องกงจำนวนหลายพันคนได้ออกมา…
15:34 อินเดียยังคงพยายามติดต่อยาน "วิกรัม" ก่อนครบกำหนดเส้นตายภารกิจสำรวจดวงจันทร์วันนี้   องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (ISRO) พยายามที่จะติดต่อกับยา…
14:46 "เฟซบุ๊ก" ระงับให้บริการหลายหมื่นแอพพลิเคชั่น เซ่นคดีคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   บริษัทเฟซบุ๊ก อิงค์เปิดเผยว่า บริษัทได้ระงับการให้บริการหลายหมื่…
13:10 "แอปเปิล" เฮ หลังรัฐบาลสหรัฐอนุมัติคำขอยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์   สำนักงานผู้แทนการค้าและบันทึกราชการของสหรัฐระบุว่า หน่วยงานกำกับดู…

CNN ชี้นโยบายสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกของ"ทรัมป์"บั่นทอนโอกาสคว้าชัยเลือกตั้งเทอม 2

ข่าวการเมือง สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2562 14:08:13 น.

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ออกมาสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกแทนที่จะทำหน้าที่ผู้รักษาเสถียรภาพให้กับโลกอย่างที่สหรัฐเคยทำมาอย่างยาวนานในอดีตนั้น จะเป็นปัจจัยที่บ่อนทำลายโอกาสในการคว้าชัยศึกเลือกประธานาธิบดีสหรัฐของทรัมป์เอง

นโยบายที่สร้างความตื่นตระหนกทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจหลายระลอกนั้นกำลังสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก และยังก่อให้เกิดความตึงเครียดกับระบบการเมืองในระดับสากล ซึ่งซีเอ็นเอ็นมองว่า เป็นการกระทำที่จงใจของทรัมป์ที่จะบ่อนทำลาย

โดยตลาดหุ้นต่างๆที่พากันร่วงลงนั้น ถือเป็นสัญญาณเตือนของการถดถอยทั่วโลกที่ถูกทำให้รุนแรงขึ้นจากความหวั่นวิตกอันเนื่องมาจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ

นอกจากนี้ กรณีความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและปากีสถานที่ต่างครอบครองอาวุธนิวเคลียร์นั้น ก็เป็นอีกสถานการณ์ที่อันตราย และยังบ่งชี้ให้เห็นด้วยว่า กลไกการควบคุมอาวุธในช่วงหลังสงครามเย็นนั้น กำลังพังทลายลง

ส่วนความขัดแย้งระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นซึ่งเป็นฐานอำนาจของสหรัฐในเอเชียนั้น ก็กลายเป็นปัจจัยที่ก่อให้ปลุกความเกลียดชังในสมัยอดีตขึ้นมาอีกครั้ง

ความกังวลเกี่ยวกับการใช้มาตรการกวาดล้างผู้ชุมนุมในฮ่องกงเหมือนเมื่อครั้งที่มีการกวาดล้างที่จตุรัสเทียนอันเหมินของจีนนั้น กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น ในขณะที่ทรัมป์มีมุมมองที่แตกต่างออกไปในการจัดการกับกลุ่มผู้ประท้วง

และสำหรับกรณีของสหภาพยุโรปที่ถือเป็นกลุ่มที่มีส่วนสำคัญในการสร้างเสถียรภาพในโลกร่วมกับสหรัฐ ก็กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ประเทศสมาชิกรายสำคัญอย่างอังกฤษกำลังเตรียมถอนตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) ภายใต้การสนับสนุนอย่างยิ่งยวดจากทำเนียบขาว

นอกเหนือไปจากสถานการณ์และปัจจัยที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วนข้างต้นอันเนื่องมาจากนโยบายของทรัมป์แล้ว ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐก็เป็นอีกประเด็นที่ปะทุขึ้นจนเกือบจะทำให้เกิดสงครามหลังจากที่ทรัมป์ได้ใช้มาตรการกดดันอิหร่านในระดับสูงสุด

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า แม้ว่าทรัมป์จะไม่ได้เป็นผู้ก่อให้เกิดวิกฤตเหล่านี้ขึ้นมาทั้งหมด แต่การกระทำและความไม่เต็มใจของทรัมป์ที่จะผ่อนคลายสถานการณ์เหล่านี้ ทำให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหยั่งรากลึกลงไปอีกในหลายกรณี และการที่ทรัมป์ปฏิเสธที่จะเล่นบทผู้นำในการสร้างเสถียรภาพของโลกตามที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าประธานาธิบดีสหรัฐพึงกระทำนั้น กำลังก่อให้เกิดสุญญากาศทางอำนาจ และทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า ประเทศเหล่านี้อาจจะไม่ต้องเผชิญกับผลพวงต่างๆนานาที่ปกติอาจจะต้องได้รับจากทางสหรัฐ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง