ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah) จำนวน 2 รายในอินเดียส่งผลให้หลายประเทศในเอเชีย รวมถึง ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย พากันยกระดับการคัดกรองที่สนามบิน เพื่อพยายามป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด
อินเดียยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์จำนวน 2 รายในช่วงปลายเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว โดยผู้ติดเชื้อเป็นบุคลากรทางการแพทย์ในรัฐเบงกอลตะวันตก และบุคลากรทั้งสองได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในท้องถิ่น ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียระบุในแถลงการณ์เมื่อช่วงค่ำวันอังคาร (27 ม.ค.) ว่า หน่วยงานของภาครัฐได้ระบุตัวผู้ติดเชื้อและติดตามประชาชน 196 รายที่เชื่อมโยงกับผู้ติดเชื้อ 2 รายดังกล่าว โดยยังไม่มีรายใดที่แสดงอาการ และผลการตรวจหาเชื้อไวรัสเป็นลบทั้งหมด
ทั้งนี้ รายงานการติดเชื้อในอินเดียได้ส่งผลให้หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเนปาลและฮ่องกง เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
สำนักงานโรคติดต่อของสิงคโปร์เปิดเผยในวันพุธ (28 ม.ค.) ว่า ทางสำนักงานจะจัดตั้งจุดคัดกรองอุณหภูมิที่สนามบินสำหรับเที่ยวบินที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อในอินเดีย
ขณะที่โฆษกการท่าอากาศยานฮ่องกงกล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขของฮ่องกงได้ยกระดับการใช้มาตรการคัดกรองสุขภาพ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง รวมถึงการตรวจเช็กอุณหภูมิที่ประตูทางออกสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากอินเดีย
ส่วนกระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซียระบุว่ากำลังยกระดับการเตรียมความพร้อม ผ่านการคัดกรองสุขภาพที่จุดผ่านแดนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่ถือว่ามีความเสี่ยง ขณะที่เนปาลซึ่งมีพรมแดนติดกับอินเดียระบุว่ากำลังอยู่ในสถานะ "เฝ้าระวังสูง" และได้ยกระดับการคัดกรองนักเดินทาง
ด้านกระทรวงสาธารณสุขของไทยระบุว่า ได้กำหนดจุดจอดเฉพาะสำหรับอากาศยานที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ขณะที่ผู้โดยสารต้องกรอกแบบฟอร์มประกาศสุขภาพก่อนผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
สำหรับจีนนั้น สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนรายงานว่า หน่วยงานควบคุมโรคของจีนเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ยังไม่พบการติดเชื้อนิปาห์ในประเทศ แต่มีความเสี่ยงที่จะเกิดจากผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ
ไวรัสนิปาห์ซึ่งมีค้างคาวกินผลไม้และสัตว์บางชนิดเช่นหมูเป็นพาหะ สามารถทำให้เกิดอาการไข้และสมองอักเสบ โดยมีอัตราการเสียชีวิตระหว่าง 40% - 75% อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่การส่งผ่านเชื้อนั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายนัก และโดยปกติจะต้องมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ ไวรัสนิปาห์มักจะแพร่กระจายสู่มนุษย์จากค้างคาวที่ติดเชื้อ หรือผลไม้ที่ปนเปื้อนจากค้างคาวเหล่านั้น
ปัจจุบันทั่วโลกยังไม่มีการรับรองตัวยาต้านไวรัสหรือวัคซีนไวรัสนิปาห์โดยเฉพาะ แนวทางการรักษาจึงเป็นการประคับประคองตามอาการ เพื่อประคองระบบการทำงานของร่างกายและป้องกันโรคแทรกซ้อนเป็นหลัก