ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.) ว่า ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงจัดตั้งความร่วมมือมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ญี่ปุ่นจะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรต่างชาติรายแรกของโครงการ "Genesis Mission" ซึ่งเป็นโครงการระดับชาติของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่มุ่งใช้ AI เพื่อเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ โดยทั้งสองฝ่ายจะลงทุนฝ่ายละ 500 ล้านดอลลาร์ตลอดระยะเวลา 5 ปี
ข้อตกลงนี้จะเปิดทางให้นักวิทยาศาสตร์จากญี่ปุ่นและสหรัฐฯ รวมถึงสถาบันวิจัยชั้นนำของทั้งสองประเทศ สามารถทำงานร่วมกันได้ใกล้ชิดมากขึ้นในเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ คอมพิวเตอร์ควอนตัม พลังงานฟิวชัน และระบบห้องปฏิบัติการอัตโนมัติ
นอกจากนี้ ความร่วมมือยังครอบคลุมโครงการด้านเทคโนโลยีชีวภาพ วัสดุขั้นสูง และฟิสิกส์อนุภาค โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ร่วมกับกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ
ดาริโอ กิล รัฐมนตรีช่วยว่าการด้านวิทยาศาสตร์ กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ความร่วมมือนี้จะดึงภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และองค์กรการกุศลจากทั้งสองประเทศ เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อยกระดับงานวิจัยและพัฒนาด้วยเทคโนโลยี AI
กิลในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ Genesis Mission ระบุว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยตอกย้ำบทบาทของญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีโลก และสะท้อนพลังของความร่วมมือที่ผสานความไว้วางใจกับศักยภาพและวิสัยทัศน์
สำหรับญี่ปุ่น ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเปิดทางให้เข้าถึงทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสหรัฐฯ มากขึ้น รวมถึงการเข้าถึงซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับแนวหน้า
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ทวีความเข้มข้น โครงการ Genesis Mission ถูกเปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพิ่มผลิตภาพทางวิทยาศาสตร์ของสหรัฐฯ เป็น 2 เท่าภายใน 10 ปี ด้วยการใช้ AI
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวครอบคลุมความท้าทาย 26 ด้าน ตั้งแต่การพัฒนาอัลกอริทึมควอนตัม การเสริมความเป็นผู้นำด้านศูนย์ข้อมูล การพัฒนาแหล่งพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ใต้ดิน ไปจนถึงการป้องกันการแพร่กระจายของวัสดุนิวเคลียร์