เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์เปิดเผยในวันนี้ (9 มิ.ย.) ว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 ราย และได้รับบาดเจ็บราว 500 คน หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.8 ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์เมื่อเช้าวันจันทร์ (8 มิ.ย.)
สำนักงานป้องกันพลเรือนของฟิลิปปินส์ระบุว่า สาเหตุของการเสียชีวิตมาจากดินถล่มที่เกิดจากแผ่นดินไหว การจมน้ำ และการถูกเศษซากอาคารพังถล่มหรือหล่นทับ โดยในจังหวัดซารังกานี มีผู้เสียชีวิต 14 ราย เนื่องจากดินถล่มฝังทับบ้านเรือนบริเวณเชิงเขา
กระทรวงศึกษาธิการของฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนกว่า 8,600 แห่ง ทำให้การเรียนการสอนของนักเรียนกว่า 4 ล้านคน และบุคลากรทางการศึกษาอีกกว่า 150,000 คนต้องหยุดชะงักลง ขณะที่กระทรวงพลังงานรายงานว่า มีบ้านเรือนราว 864,000 หลังคาเรือนเผชิญปัญหาไฟดับ
กระทรวงโยธาธิการและทางหลวงเปิดเผยว่า ความเสียหายต่อทรัพย์สินในเมืองเฮเนรัลซันโตส ซึ่งเป็นเมืองท่าที่มีประชากรมากกว่า 700,000 คน มีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านเปโซ (ราว 16.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
หน่วยงานการบินพลเรือนระบุว่า การขึ้น-ลงของเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเฮเนรัลซันโตส จะจำกัดเฉพาะเที่ยวบินของรัฐบาล ทหาร และเที่ยวบินเพื่อมนุษยธรรมเท่านั้น จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 11 มิ.ย.
ทั้งนี้ สถาบันภูเขาไฟวิทยาและวิทยาแผ่นดินไหวของฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า แผ่นดินไหวซึ่งเกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.37 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ระดับความลึก 33 กิโลเมตร โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างจากชายฝั่งของเมืองมาอาซิม ในจังหวัดซารังกานี บนเกาะมินดาเนา ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 32 กิโลเมตร