สภาบริหารจัดการและบรรเทาความเสี่ยงภัยพิบัติแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (NDRRMC) เปิดเผยในวันนี้ (10 มิ.ย.) ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.8 แมกนิจูดนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะมินดาเนาเมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.) เพิ่มขึ้นเป็น 45 รายแล้ว โดยมีผู้สูญหาย 17 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 487 ราย
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวดังกล่าวสามารถรับรู้ได้ทั่วพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะมินดาเนาและบางส่วนของตอนกลางฟิลิปปินส์ โดยตรวจพบอาฟเตอร์ช็อกตามมาแล้วมากกว่า 1,700 ครั้ง นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวหลัก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ภัยพิบัติในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 33,000 ครัวเรือน หรือคิดเป็นเกือบ 150,000 คน โดยมีผู้อพยพออกจากที่อยู่อาศัยแล้วกว่า 41,000 ราย ในส่วนของความเสียหายด้านทรัพย์สินพบว่า มีโครงสร้างพื้นฐานรวม 238 แห่ง ซึ่งรวมถึงโรงพยาบาล โรงเรียน และสะพาน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เช่นเดียวกับบ้านเรือนประชาชนอีกเกือบ 3,000 หลัง
NDRRMC ระบุว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดทั้งในแง่ของจำนวนผู้เสียชีวิต ผู้พลัดถิ่น และความเสียหายของสิ่งปลูกสร้าง คือจังหวัดซารังกานีและจังหวัดเซาท์โคตาบาโต ซึ่งรวมถึงเมืองเฮเนรัลซันโตสที่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 700,000 คน โดยสาเหตุของการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากดินถล่มที่ถูกกระตุ้นโดยแผ่นดินไหว การจมน้ำ และการได้รับบาดเจ็บจากเศษซากปรักหักพังที่ร่วงหล่นหรือสิ่งปลูกสร้างพังถล่ม
ข้อมูลจากสถาบันภูเขาไฟวิทยาและวิทยาแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์ ระบุว่า แผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนเปลือกโลกดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.37 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ระดับความลึก 33 กิโลเมตร โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างจากชายฝั่งของเมืองมาอาซิม ในจังหวัดซารังกานี บนเกาะมินดาเนา ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 32 กิโลเมตร