ข่าวอินโฟเควสท์
17:12 ผลชันสูตรศพชี้ "เจฟฟรีย์ เอปสไตน์" เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย   หัวหน้าคณะผู้ตรวจสอบทางการแพทย์ของนครนิวยอร์กระบุว่า การฆ่าตัวตายโดยการแขวนคอเป็น…
16:27 สหรัฐออกหมายศาลยึดเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน หวังสกัดไม่ให้ออกจากยิบรอลตา   ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐในกรุงวอชิงตันได้ออกหมายศาลเพื่อยึดเรือบรรทุกน้ำมันข…
15:26 บรรดาครูชาวฮ่องกงเปิดฉากเดินขบวนประท้วงต่อต้านรัฐบาลสุดสัปดาห์นี้   บรรดาครูชาวฮ่องกงกว่า 1 พันคนได้เริ่มออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้านรัฐบาลในวัน…
13:35 แบงก์ชาติจีนเผยแผนปฏิรูปดอกเบี้ย LPR หวังลดต้นทุนการกู้ยืม   ธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยแผนการที่จะปรับปรุงและปฏิรูปกลไกในการกำหนดอัตราดอกเบี้…
12:57 สื่อต่างประเทศเผยสหรัฐอาจต่ออายุอีก 90 วันให้ "หัวเว่ย" ซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐได้   เว็บไซต์ Wall Street Reporter รายงานการเปิดเผยของสำนักข่า…

การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ ๑๕ - ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

ข่าวต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ -- พฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 15:14:23 น.

นายหวัง อี้ (Wang Yi) มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ ๑๕ - ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

ในโอกาสนี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดจะพบหารือเชิงยุทธศาสตร์กับนายหวัง อี้ ที่ จ. เชียงใหม่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย - จีน หารือและแลกเปลี่ยนทัศนะเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับประเด็นสำคัญในภูมิภาคและระหว่างประเทศ นอกจากนี้ จะเป็นโอกาสดีที่ไทยและจีนจะได้หารือถึงแนวทางส่งเสริมและผลักดันความร่วมมือในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกันเพื่อประโยชน์สำหรับภูมิภาคในภาพรวม

การเยือนครั้งนี้จะเป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายหวัง อี้ หลังจากได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งมนตรีแห่งรัฐ (เทียบเท่ารองนายกรัฐมนตรี) ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๑ รวมทั้งเป็นการเยือนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นประเทศแรกของปีนี้ด้วย ทั้งนี้ นายหวัง อี้ เคยเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นประเทศแรกหลังจากได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในปี ๒๕๕๖

ที่มา: กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง