ข้อมูลพื้นฐาน: การประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียน ระหว่างวันที่ 19 — 21 กรกฎาคม 2552

ข่าวต่างประเทศ Monday July 20, 2009 13:57 —กระทรวงการต่างประเทศ

? ระหว่างวันที่ 19-21 ก.ค.2552 รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียน จะพบเพื่อหารือกันใน เวทีการประชุมต่างๆ ได้แก่ (1) การประชุมระดับรัฐมนตรีของอาเซียน ครั้งที่ 42 ซึ่งเป็นเวทีการประชุมเฉพาะของรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ (2) การประชุมคณะมนตรีประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (3) การประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับคณะทำงานระดับสูงเพื่อยกร่างขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน (4) การประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับคณะผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายระดับสูงว่าด้วยกฎบัตรอาเซียน (5) การประชุมคณะมนตรีประสานงานอาเซียน และ (6) การประชุมคณะมนตรีสนธิสัญญาว่าด้วยเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ในช่วงเช้าของวันที่ 20 ก.ค.2552 รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียนจะเข้าเยี่ยมคารวะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นากยกรัฐมนตรี ในขณะที่นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอาเซียน จะกล่าวถ้อยแถลงเปิดการประชุมในช่วงพิธีเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีของอาเซียนด้วย
? การประชุมระดับรัฐมนตรีของอาเซียน (ASEAN Ministerial Meeting — AMM)จะเริ่มขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 19 ก.ค.52 ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียนจะหารือกันในระหว่างอาหารค่ำ และในวันรุ่งขึ้น (20 ก.ค.) รัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสิบประเทศสมาชิกอาเซียน จะหารือกันต่อตลอดทั้งวัน โดยประเด็นสำคัญที่คาดว่าที่ประชุมฯ จะหยิบยกขึ้นหารือกัน ได้แก่
(1) การดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบทต่างๆ ที่ระบุไว้ในกฎบัตรอาเซียน โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างการบริหารและการจัดตั้งองค์กรใหม่ๆ ของอาเซียน เพื่อทำให้อาเซียนสามารถรับมือกับความท้าทายและแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาทิ การจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน การจัดตั้งกลไกระงับข้อพิพาทของอาเซียนเพื่อช่วยให้แก้ไขปัญหาการไม่ปฏิบัติตามความตกลงต่างๆ ของอาเซียน และการกำหนดขอบเขตการดำเนินงานของคณะทูตถาวรประจำอาเซียน เป็นต้น
(2) การแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นความท้าทายต่างๆ ของภูมิภาค อาทิ การเสริมสร้างความร่วมมือของอาเซียนในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาผู้เข้าเมืองโดยผิดหมายของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เป็นต้น และ
(3) การเสริมสร้างความร่วมมือ/ติดตามการดำเนินการตามผลการประชุมระหว่างอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม อาทิ การประชุมสุดยอดสมัยพิเศษระหว่างอาเซียนกับเกาหลีใต้ การประชุมระดับรัฐมนตรีของอาเซียนกับกลุ่ม MERCOSUR ในอเมริกาใต้ และกับกลุ่มความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council) และการพิจารณาเกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ สหภาพยุโรปและตุรกีจะเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ เป็นที่คาดว่าที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจะให้การรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมหลายฉบับ รวมถึง (1) แถลงการณ์ร่วมของการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 42 (2) ขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน และ (3) แผนงานอาเซียนว่าด้วยการคงไว้และยกระดับความเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ? การประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับคณะทำงานระดับสูงว่าด้วยกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน

  • จะจัดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 19 ก.ค.2552 เพื่อเป็นโอกาสให้คณะทำงานระดับสูงฯ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อยกร่างขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน (Terms of Reference of an ASEAN human rights body) ได้เสนอร่างเอกสารที่จะกำหนดวัตถุประสงค์ หลักการ อำนาจหน้าที่ องค์ประกอบ และวิธีการดำเนินงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ซึ่งเป็นกลไกในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคตามข้อ 14 ของกฎบัตรอาเซียน แก่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ทั้งนี้ เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนรับรองเอกสารดังกล่าวแล้ว คาดว่า จะมีการประกาศจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนอย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคม 2552
- ในการยกร่าง คณะทำงานระดับสูงฯ ได้ยึดตามหลักการ 3 ประการ ได้แก่ (1) การมีองค์กรสิทธิมนุษยชนที่น่าเชื่อถือ (credible) โดยภารกิจหลักเป็นทั้งการส่งเสริม (promotion) และปกป้อง (protection) สิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค (2) การมีองค์กรสิทธิมนุษยชนที่คำนึงถึงสภาพความเป็นจริง (realistic) ของภูมิภาคที่แต่ละประเทศสมาชิกมีความแตกต่างกันทางการเมืองและความพร้อมในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และ (3) การจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนเป็นกระบวนการที่จะวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง (evolving) กล่าวคือ องค์กรสิทธิมนุษยชนของอาเซียนยังคงจะต้องพัฒนาต่อไป
  • การมีองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน จะช่วยสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนในหมู่ประชาชนของประเทศสมาชิกอาเซียน สร้างเสริมศักยภาพของรัฐสมาชิกในการจัดการกับปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน พัฒนาบรรทัดฐานด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค รวมถึงการให้คำปรึกษาในเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนแก่องค์กรภาครัฐ ภายในประเทศสมาชิกอาเซียน องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ

? การประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระดับสูงว่าด้วยกฎบัตรอาเซียน จะจัดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 19 ก.ค. 2552 เพื่อเป็นโอกาสให้คณะผู้เชี่ยวชาญฯ นำเสนอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประเด็นด้านกฎหมายที่อาเซียนและแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนจะต้องดำเนินการภายหลังจากการบังคับใช้กฎบัตรอาเซียนเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา อาทิ การพัฒนากลไกระงับข้อพิพาทของอาเซียน และการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันแก่เจ้าหน้าที่ของอาเซียน เป็นต้น การดำเนินการในประเด็นกฎหมายเหล่านี้ จะช่วยให้อาเซียนบรรลุเป้าหมายการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนภายในปีเป้าหมาย 2558 และจะทำให้อาเซียนมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น โดยมีกฎหมายต่างๆ รองรับอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยให้อาเซียนมีน้ำหนักมากขึ้นในการดำเนินความสัมพันธ์กับกลุ่ม/ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ที่อยู่นอกภูมิภาค

? การประชุมคณะมนตรีประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ช่วงเช้าของวันที่ 21 ก.ค.2552) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรใหม่ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎบัตรอาเซียน ประกอบด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน มีหน้าที่หลักคือหาแนวทางพัฒนาความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงของอาเซียน รวมถึงการดูแลให้อาเซียนสามารถบรรลุเป้าหมายการเป็นประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนได้ภายในปีเป้าหมาย 2558 ผ่านการดำเนินมาตรการต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในแผนงานการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ซึ่งได้รับรองไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาโดยที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 คาดว่าในการประชุมครั้งที่ 2 นี้ คณะมนตรีฯ จะหารือกันเกี่ยวกับการติดตามความคืบหน้าของผลการหารือครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องการจัดลำดับความสำคัญของสาขาความร่วมมือที่คณะมนตรีฯ จะเร่งดำเนินการ อาทิ การเสริมสร้างความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซียนด้านปฏิบัติการรักษาสันติภาพและการมีกองกำลังร่วมกันเพื่อให้ความช่วยเหลือในกรณีภัยพิบัติธรรมชาติ การพัฒนากฎหมายระหว่างประเทศของอาเซียนว่าด้วยการค้ามนุษย์ และการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงระหว่างภาครัฐของอาเซียนกับภาคประชาสังคม เป็นต้น นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ จะให้การรับรองระเบียบการปฏิบัติของคณะมนตรีประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนซึ่งเป็นเอกสารที่จะกำหนดวิธีการทำงานของคณะมนตรีฯ เช่น การดำเนินการประชุม องค์ประชุม วิธีการหารือ และวิธีร่วมประชุมกับคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจหรือคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรม เป็นต้น

? การประชุมคณะมนตรีประสานงานอาเซียน (ช่วงเช้าของวันที่ 21 ก.ค.2552) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรใหม่ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎบัตรอาเซียน โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นตัวแทนในคณะมนตรีฯ ที่มีหน้าที่หลักเพื่อประสานงานระหว่างกลไกต่างๆ ของอาเซียน ทั้งนี้ คาดว่า ที่ประชุมคณะมนตรีฯ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้ง 4 นี้ จะหารือกันเกี่ยวกับการเตรียมการด้านสารัตถะและพิธีการของประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือน ต.ค.2552

? การประชุมคณะมนตรีสนธิสัญญาว่าด้วยเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ช่วงเช้าของวันที่ 21 ก.ค.2552) — คณะมนตรีฯ เป็นกลไกการประชุมประจำปีที่จัดตั้งขึ้นตามสนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีหน้าที่หลักเพื่อประสานงานให้มีการปฏิบัติตามและเสริมสร้างความร่วมมือตามข้อบทต่างๆ ของสนธิสัญญาฯ โดยในครั้งนี้ คาดว่า ที่ประชุมฯ จะหารือกันเกี่ยวกับการติดตามผลการประชุมครั้งที่ผ่านมา อาทิ การเตรียมการหารือกับประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เพื่อให้ประเทศเหล่านี้เข้าร่วมในสนธิสัญญาฯ และการเสริมสร้างบทบาทของประเทศสมาชิกอาเซียนในฐานะรัฐภาคีสนธิสัญญาฯ ในเวทีการประชุมระหว่างประเทศ รวมถึงการเสนอข้อมติว่าด้วยเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคต่อที่ประชุมสหประชาชาติ

กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5170 โทรสาร. 643-5169 E-mail : [email protected]จบ--

-พห-

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ