รายงานภาวะเศรษฐกิจรายวันประจำวันที่ 13 ตุลาคม 2558

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday October 13, 2015 11:49 —กระทรวงการคลัง

Macro Morning Focus ประจำวันที่ 13 ตุลาคม 2558

Summary:

1. BOI นำเสนอผลศึกษาโอกาสลงทุนในกลุ่มตลาดใหม่ 4 ประเทศให้ภาคเอกชนไทย

2. การท่องเที่ยว คาด Q4/58 นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นจากการรุกเพิ่มเส้นทางบิน

3. มาเลเซียเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. 58 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3

1. BOI นำเสนอผลศึกษาโอกาสลงทุนในกลุ่มตลาดใหม่ 4 ประเทศให้ภาคเอกชนไทย
  • กองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เสนอผล69024 ศึกษาเชิงลึกเพื่อแนะนำผู้ประกอบการไทยมองโอกาสลงทุนในกลุ่มตลาดใหม่ 4 ประเทศ คือ ไนจีเรีย คีร์กิซสถาน บังกลาเทศ และปากีสถาน ซึ่งภาวะเศรษฐกิจกำลังเติบโต โดยมีกำลังซื้อจากประชากรมากกว่า 500 ล้านคน
  • สศค. วิเคราะห์ว่า โครงการการลงทุนจากต่างประเทศในประเทศไทยส่วนใหญ่มาจากประเทศญี่ปุ่น สหรัฐฯ และสิงคโปร์เป็นหลัก จากข้อมูลเชิงประจักษ์ 7 เดือนแรกของปี 58 (ม.ค. - ก.ค.) พบว่า โครงการที่ได้รับการอนุมัติจากบีโอไอส่วนใหญ่เป็นโครงการผลิตเพื่อส่งออก โดยโครงการผลิตเพื่อการส่งออกร้อยละ 80 ขึ้นไป มีจำนวนถึง 157 โครงการ หรือคิดเป็นร้อยละ 21.9 ของโครงการต่างชาติทั้งสิ้นที่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง สะท้อนการพึ่งพิงภาคต่างประเทศ ทั้งนี้ โครงการส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้า โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน กอปรกับค่าแรงขั้นต่ำของประเทศไทยที่สูงขึ้น ทำให้อาจเป็นอุปสรรคต่อโครงการลงทุนจากต่างประเทศให้มีจำนวนลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมได้ ดังนั้น หากบีโอไอ ทำการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของผู้ประกอบการไทยในการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงต่างประเทศ ในกรณีที่การลงทุนจากต่างประเทศลดลง และเพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้เองอย่างยั่งยืนได้ ดังนั้น การลงทุนในกลุ่มตลาดใหม่ 4 ประเทศ ได้แก่ ไนจีเรีย คีร์กิซสถาน บังกลาเทศ และปากีสถาน ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นตลาดใหญ่ มีประชากรเยอะ และเศรษฐกิจเติบโตได้ดี ก็จะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ลดต้นทุนการผลิต และแข่งขันกับบริษัต่างชาติได้ ขณะเดียวกันก็จะช่วยในการขยายตลาดสินค้าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และยังเป็นการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจอีกทางหนึ่งด้วย
2. การท่องเที่ยว คาด Q4/58 นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นจากการรุกเพิ่มเส้นทางบิน
  • กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยเดือน ต.ค.58 จะได้รับผลกระทบจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ เช่น การปรับตัวของนักท่องเที่ยวในปีก่อนหน้า (ปี 57) ซึ่งจะมีผลต่ออัตราการขยายตัวของนักท่องเที่ยวนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 58 เป็นต้นมา ภาวะเศรษฐกิจในหลายประเทศ เช่น ยุโรป รัสเซีย จีน ตลอดจนเป้าหมายการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในยุโรป ทั้งนี้ การรุกขยายเส้นทางบินในจีนของสายการบินต่าง ๆ ของไทยในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และจะเพิ่มเติมอีกในปี 59 เพื่อทดแทนเส้นทางญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหา ICAO จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนมีความสำคัญต่อไทยเพิ่มขึ้น
  • สศค. วิเคราะห์ว่า ภาคการท่องเที่ยวเป็นภาคเศรษฐกิจสาขาเดียวที่โดดเด่นมาตั้งแต่ต้นปี และถือได้ว่าเป็นสาขาที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ซึ่งสะท้อนได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมีการขยายตัวในอัตราที่สูงและต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 58 พบว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งสิ้น 22.1 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 27.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สร้างรายได้ทั้งสิ้น 10.5 ล้านล้านบาท หรือเป็นการขยายตัวร้อยละ 30.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เติบโตสูงที่สุดยังคงเป็นนักท่องเที่ยวจากจีน (คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27.6 ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด) โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 58 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนทั้งสิ้น 6.1 ล้านคน ซึ่งขยายตัวในระดับสูงถึงร้อยละ 95.5 สำหรับข้อมูลรายด่าน พบว่าในช่วง 11 วันแรกของ ต.ค. 58 พบว่า ด่านดอนเมืองขยายตัวร้อยละ 21.8 ในขณะที่ด่านสุวรรณภูมิหดตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ -3.5 ส่วนด่านภูเก็ต 4 วันแรกของเดือน ต.ค. 58 ขยายตัวร้อยละ 3.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ คาดว่าการเปิดเส้นทางบินเพิ่มเติมจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวให้ขยายตัวได้ต่อเนื่องในอนาคต
3. มาเลเซียเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. 58 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3
  • สำนักงานสถิติของมาเลเซียเปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน ส.ค.ปรับตัวขึ้นร้อยละ 3.0 เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่ผลผลิตพุ่งขึ้นร้อยละ 6.1 ในเดือน ก.ค. 58 นักวิเคราะห์ระบุว่าภาคการผลิตได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินริงกิตที่อ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลให้คำสั่งซื้อสินค้าส่งออกเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็คาดว่าภาคเหมืองแร่จะอ่อนแอลง จากราคาพลังงานที่ร่วงลง
  • สศค. วิเคราะห์ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่จากการขยายตัวต่อเนื่องของผลผลิตภาคอุตสาหกรรม สะท้อนถึงภาคการผลิตที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับมูลค่าการส่งออก เดือน ส.ค. 58 ขยายตัวร้อยละ 4.1 จากช่วงเดียวกันปีก่อน เร่งขึ้นจากร้อยละ 3.5 ในเดือนก่อน โดยการส่งออกไปยังตลาดในเอเชียยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อุปสงค์สินค้าจากต่างประเทศยังไม่ดีนัก สะท้อนจากมูลค่าการนำเข้า เดือน ส.ค. 58 หดตัวที่ร้อยละ -6.1 จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการนำเข้าสินค้าหมวดอาหาร เชื้อเพลิง และสินค้าภาคการผลิตที่หดตัว และเนื่องจากภาคการผลิตของมาเลเซียมีบทบาทสำคัญที่สุดต่อระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น การขยายตัวดังกล่าวสามารถเป็นปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี นอกจากนี้ในด้านการบริโภค แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อ เดือน ส.ค. 58 จะมีการปรับตัวขึ้นมาจนอยู่ที่ร้อยละ 3.1 จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ก็ยังคงอยู่ในอัตราที่เหมาะสมกับการบริโภคภายในประเทศ นอกจากนี้ แม้ว่า GDP ไตรมาส 2/58 ขยายตัวชะลอลงอยู่ที่ร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากร้อยละ 5.6 ในไตรมาสก่อน แต่จากมูลค่าการส่งออกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัว คาดว่าจะส่งผลให้ GDP ไตรมาส 3/58 จะสามารถขยายตัวได้ดีขึ้น

ที่มา: Bureau of Macroeconomic Policy,Fiscal Policy Office, Ministry of Finance

Tel: 02-273-9020 Ext. 3257


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ