
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "เครือข่ายผู้ผลิตไหมหัตถกรรมคุณภาพดีพบผู้ประกอบการ" ภายใต้โครงการส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม พร้อมทั้งร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมหม่อนไหม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาทางวิชาการ และนวัตกรรมด้านหม่อนไหม รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และต่อยอดพัฒนาอาชีพตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและเพิ่มขีดความสามารถในแข่งขัน ณ โรงแรมโฆษะ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
นายวัชระพล เปิดเผยว่า ผ้าไหมไทย ถือเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่มีกระบวนการผลิตอย่างประณีต มีการผสมผสานเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่แตกต่างกันออกไป จึงทำให้ผ้าไหมไทยมีความสวยงามเป็นที่สนใจจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ กระทรวงเกษตรฯ โดย กรมหม่อนไหมจึงได้จัดงานสัมมนาครั้งนี้ขึ้นเพื่อมุ่งยกระดับศักยภาพทั้งระบบผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ผู้ผลิตเส้นไหม และผู้ประกอบการ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด อีกทั้งยังมุ่งเสริมองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการต้นทุน การตลาด การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการผลิต เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงในอาชีพแก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน
สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาไหมไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยความเชี่ยวชาญทางวิชาการและงานวิจัยจากภาคการศึกษาเข้ามาสนับสนุน เพื่อช่วยยกระดับกระบวนการผลิต นวัตกรรม และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความมั่นคงแก่เศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมไหมไทยในระยะยาว
ด้าน นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเสริมว่า กรมหม่อนไหมมีภารกิจหลักในการอนุรักษ์ สืบสาน วิจัย และส่งเสริมอาชีพหม่อนไหมของไทยให้มีความเข้มแข็ง โดยมุ่งยกระดับการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ไปจนถึงปลายน้ำคือการแปรรูปผลิตภัณฑ์และการทำตลาด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไหมไทยทั้งในและต่างประเทศ ตามนโยบาย 4S ของนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งประกอบด้วย S1: Standard & Soul ยกระดับมาตรฐาน อนุรักษ์ภูมิปัญญา, S2: Smart Farmer & Smart Generation ปั้นเกษตรกรยุคใหม่และเยียวยาฐานราก, S3: Scale & Value Chain ขยายขนาดและมูลค่าตลอดห่วงโซ่ และ S4: Sustainability & Innovation ความยั่งยืนด้วยนวัตกรรม