เงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.29 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.32 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า ระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.22 33.33 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เพื่อรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในคืนนี้ ซึ่งต้องระมัดระวังความผันผวนของค่าเงินและตลาดพันธบัตรด้วย
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้ เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.10 33.40 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
เงินเยน อยู่ที่ระดับ 155.06 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 155.29 เยน/ดอลลาร์
เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1540 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1540 ดอลลาร์/ยูโร
ดัชนี SET ปิดที่ 1,562.73 จุด ลดลง 15.93 จุด (-1.01%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 75,541.19 ล้านบาท
สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 7,220.05 ล้านบาท
รัฐบาล จ่อเลื่อนเปิดตัวโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส วงเงิน 4,000 ล้านบาท จากเดิม ต.ค. นี้ ไปเป็น เม.ย. 70 เพื่อกระตุ้นช่วงโลว์ซีซั่นแทน
เอกนิติ เผยว่า ไทยอาจเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราราว 30% สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่นำเข้าทั้งคัน โดยเป็นการเปิดเผยครั้งแรกถึงอัตราภาษีที่อาจนำมาใช้เพื่อจูงใจผู้ผลิตรถยนต์ให้เข้ามาผลิตในประเทศ
บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ชี้ประชุมเฟด 1516 ก.ย. เป็นจุดชี้ทิศทางทองคำรอบใหม่ จับตา Dot Plot และถ้อยแถลงประธานเฟดส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง แนะจับตาแนวรับสำคัญ $4,280 หากยืนและสร้างฐานได้ มีโอกาสฟื้นตัวทดสอบ $4,400 แต่หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อ รอสร้างฐานใหม่บริเวณ $4,225$4,200
สำนักงบประมาณสภาคองเกรสสหรัฐฯ (CBO) เปิดเผยในวันอังคาร (15 ก.ย.) ว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ผลาญงบประมาณไปแล้วกว่า 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงอาจส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.5% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2570
สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (16 ก.ย.) ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 3.1% ในเดือนส.ค. แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน และสอดคล้องกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ โดยได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียที่ปะทุขึ้นมาใหม่
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะแถลงมติการประชุมในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ ขณะที่เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 94.5% ในการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ หลังจากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น และตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่มีการเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังคงอยู่ในระดับสูง
นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 17-18 ก.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุมครั้งนี้
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน