
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน ยกระดับอาคารพาณิชย์และอุตสาหกรรมไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ด้วยเทคโนโลยีสมาร์ทวาล์ว "EasyLogic(TM) PIBCV"
อาคารพาณิชย์ถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานสูงสุด โดยคิดเป็น 40% ของการใช้พลังงานทั้งหมดทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานระบุว่าระบบทำความร้อน การระบายอากาศ และการปรับอากาศ (HVAC) (Heating, Ventilation, and Air Conditioning) เป็นส่วนที่ใช้พลังงานสูงถึง 60% ของการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดในอาคารพาณิชย์
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 และต้องปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน (Building Energy Code: BEC) ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.). ขณะเดียวกัน ผู้จัดการอาคารและโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งยังเผชิญปัญหาระบบ HVAC ที่ไม่สมดุล วาล์วแบบเดิมไม่สามารถปรับตัวตามแรงดันที่เปลี่ยนแปลงได้ นำไปสู่ข้อร้องเรียนเรื่องอุณหภูมิและค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้น
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบรับความท้าทายและยกระดับประสิทธิภาพพลังงานให้เป็นไปตามเกณฑ์ภาครัฐ EasyLogic(TM) Pressure Independent Valves and Actuators (PIBCV) โซลูชันวาล์วและหัวขับอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่ออาคารและอุตสาหกรรมในยุค Smart Building โดยเฉพาะ
EasyLogic(TM) PIBCV ตอบโจทย์การจัดการพลังงานของไทยอย่างไร
ประหยัดพลังงานเพื่อเป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม: ฟีเจอร์นี้ช่วยแก้ปัญหาอัตราการไหลของน้ำสูงเกินความจำเป็น (Overflow) ซึ่งช่วยลดภาระการทำงานของปั๊มน้ำ และสามารถลดการใช้พลังงานในระบบ HVAC ได้ถึง 20% การลดลงของการใช้พลังงานจะส่งผลโดยตรงต่อการลดระดับคาร์บอนฟุตพรินท์ (Carbon Footprint) ซึ่งช่วยให้อาคารและองค์กรในไทยบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- นวัตกรรม 3-in-1 ในอุปกรณ์เดียว: เทคโนโลยี PIBCV รวม 3 ฟังก์ชันการทำงานหลักไว้ด้วยกัน ได้แก่ ตัวควบคุมแรงดันส่วนต่าง (Differential Pressure Controller) คอนโทรลวาล์ว (Control Valve) และตัวจำกัดการไหล (Flow Limiter)
- ลดต้นทุนการติดตั้งและลดความเสี่ยงหน้างาน: การรวม 3 ฟังก์ชันเข้าด้วยกันช่วยให้ผู้รับเหมาติดตั้งวาล์วเพียงตัวเดียว ไม่ต้องใช้ระบบแยกส่วน 2-3 ตัวเหมือนระบบเดิม ช่วยลดต้นทุนการติดตั้งลงได้ 5-15% นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงจากการที่ช่างต้องปีนบันไดหรือเปิดฝ้าเพื่อปรับตั้งค่าด้วยมือ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาอัตราการไหลของน้ำเกินค่าที่กำหนด (System overflows)
- การควบคุมอิสระจากแรงดัน 100%: ในอาคารขนาดใหญ่ มักเกิดปัญหาการกระจายความเย็นไม่สม่ำเสมอจากการเปลี่ยนแปลงของแรงดันและอัตราการไหลของน้ำในระบบ ซึ่ง PIBCV ช่วยรักษาอัตราการไหลให้คงที่ตามค่าที่ออกแบบไว้โดยอัตโนมัติ ทำให้ AHU และ FCU ทุกจุดได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำและสม่ำเสมอ พร้อมลดความซับซ้อนในการ Balancing และลดเวลา Commissioning ได้ถึง 8-12 ชั่วโมงต่อวาล์ว
- ปกป้องระบบปรับอากาศเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน: การควบคุมที่แม่นยำช่วยปกป้องคอยล์และอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน (Heat exchangers) อีกทั้งช่วยลดการแกว่งตัวของระบบ (Reduced system oscillations) ทำให้รอบการทำงานลดลง ส่งผลให้ต้นทุนบำรุงรักษาลดลง 10-20% และลดปัญหาผู้ใช้งานร้องเรียนเรื่องอุณหภูมิห้องไม่สมดุลได้สูงสุดถึง 30%
- Smart Actuators สู่อาคารยุคใหม่: ผู้ใช้สามารถปรับตั้งค่าอัตราการไหลสูงสุดได้ 41 ระดับ ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องถอดวาล์วออกจากระบบ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนำมาทำงานร่วมกับหัวขับอัจฉริยะ จะช่วยให้ผู้จัดการอาคารปรับสมดุลของระบบตามจำนวนผู้ใช้อาคารที่เปลี่ยนแปลงได้จากระยะไกล ตอบโจทย์มาตรฐานอาคารสีเขียว (Green Building) และเกณฑ์ BEC ของไทย
EasyLogic(TM) PIBCV มีความหลากหลายที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน ได้แก่ รุ่น VP225R และ VP226R (ขนาด DN15 - DN32) ผลิตจากทองเหลืองที่ทนทาน และรุ่น VP227R (ขนาด DN40 - DN50) ที่ผลิตจากเหล็กหล่อ และเพื่อให้การควบคุมแม่นยำที่สุด ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ออกแบบให้วาล์วทำงานคู่กับหัวขับซีรีส์ MP121, MP150E และ MP525 ขนาดกะทัดรัด ป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP54 เสียงรบกวนต่ำ รวมถึงมาพร้อมไฟ LED บอกสถานะการทำงานอย่างชัดเจน สามารถปรับตั้งระยะได้อัตโนมัติและในรุ่น MP525 มีระบบ Auto-cycle หมุนวาล์วอัตโนมัติ 50% หากไม่มีการใช้งานเกิน 3 สัปดาห์ เพื่อป้องกันปัญหาวาล์วติดขัด
การเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี EasyLogic(TM) PIBCV จาก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ไม่เพียงแค่ยกระดับความสะดวกสบายของผู้ใช้อาคารและลดภาระการทำงานของผู้ดูแลระบบ แต่ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว และถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมไทยขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายความยั่งยืนด้านพลังงานได้สำเร็จ