
efin Group จัดงานมหกรรมการลงทุน (Investment Expo) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี BETTER TRADE 2026 : NEW WORLD, NEW PLAYBOOK ตลอด 2 วันเต็ม ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ รวมวิทยากรด้านการลงทุนทุกสินทรัพย์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทยไว้มากกว่า 30 ท่าน และการเปิดบูธขององค์กรพันธมิตรกว่า 50 บูธ เพื่อร่วมกันตอกย้ำแนวคิดเรื่อง "เมื่อโลกเปลี่ยนแปลง กติกาการลงทุนเปลี่ยนไป คู่มือการลงทุนต้องเปลี่ยนตาม และต้องเป็นของนักลงทุนเฉพาะบุคคลเท่านั้น"

บริษัท ออนไลน์แอสเซ็ท จำกัด ในนามของ efin Group ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ข้อมูล และเครื่องมือการลงทุนที่ครอบคลุมทุกเรื่องของการลงทุน จัดงานมหกรรมการลงทุน (Investment Expo) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี "BETTER TRADE 2026 : NEW WORLD, NEW PLAYBOOK โลกใหม่ กติกาใหม่ โอกาสใหม่" ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 บนพื้นที่มากกว่า 5,000 ตรม. เต็มพื้นที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ โดยมีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 2,700 คน วิทยากรด้านการลงทุนทุกสินทรัพย์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทยมากกว่า 30 ท่าน พร้อมบูธจากองค์กรพันธมิตหลากหลายสินทรัพย์เพื่อการลงทุนอีกมากกว่า 50 บูธ ครอบคลุมทั้งตลาดทุน ธนาคาร ประกัน สินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ และสินทรัพย์ทางเลือก
งานในปีนี้วางโจทย์ไว้ตั้งแต่ต้นว่า ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์, การจัดระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่, Geo Politic และพฤติกรรมของเงินทุนที่ไหลเร็วขึ้น ฯลฯ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้วิธีคิดเรื่องการลงทุนแบบเดิมอาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป ผู้เข้าร่วมงานจึงไม่ได้มาเพียงเพื่อฟังมุมมองตลาดเหมือนหลายปีที่ผ่านมาเท่านั้น แต่เป็นการมางานฯเพื่อร่วมสร้าง(Co-Creation) คู่มือการลงทุนของตัวเองขึ้นใหม่ เป็นคู่มือเฉพาะตัวเฉพาะบุคคลที่เหมาะกับนักลงทุนแต่ละท่านอีกด้วย
นายพรเลิศ เตชะรัตโนภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร efin กล่าวถึงที่มาของงานในปีนี้ว่า "AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่เราทำงาน เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนวิธีที่เราทำธุรกิจและสร้างรายได้ และการจัดระเบียบโลกใหม่ ก็กำลังเปลี่ยนโอกาสและความเสี่ยงของผู้คนทั่วโลก สิ่งที่เคยมั่นคง อาจไม่มั่นคงเหมือนเดิม คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าเราควรลงทุนในอะไร แต่คือเราจะเตรียมตัวอย่างไร ให้ยังเติบโตและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงในโลกที่ไม่เหมือนเดิม เพราะสุดท้ายแล้ว เราไม่ได้ลงทุนเพียงเพื่อให้มีเงินมากขึ้น แต่เพื่อให้ชีวิตมีทางเลือกมากขึ้น"
แนวคิดการจัดงานแบบใหม่ เปลี่ยนผู้ฟังให้เป็นผู้เขียนคู่มือของตัวเอง (Co-Creation Personalized Investment Playbook)
งานสัมมนาการลงทุนโดยทั่วไปวัดผลกันที่จำนวนผู้เข้าฟังและความพึงพอใจต่อวิทยากร แต่ "งานมหกรรมการลงทุน(Investment Expo) BETTER TRADE 2026 : NEW WORLD, NEW PLAYBOOK" ตั้งโจทย์ที่แตกต่างออกไป คือทำอย่างไรให้ผู้เข้าร่วมงานกลับออกไปพร้อมสิ่งที่เป็นของตัวเองเฉพาะตัว ไม่ใช่เพียงได้รับข้อมูลเหมือนงานสัมมนาการลงทุนทั่วๆไปเท่านั้น จึงได้ออกแบบงานทั้งงานให้เป็นการร่วมสร้าง(Co-Creation) คู่มือการลงทุนรายบุคคล หรือ Personalized Playbook ที่ผู้เข้าร่วมงานต้องประกอบขึ้นเองจากการฟัง การถาม การมีประสบการณ์ร่วม รวมไปถึงการได้ทดลองลงมือทำตลอดสองวัน โดยอยู่ในรูปแบบของการทำกิจกรรมแบบ Gamification และรวบรวมข้อมูลต่างๆ ผ่านระบบ Intense Score แล้วนำมาประมวลผลเพื่อได้มาซึ่ง Investment Personalized Playbook ที่เหมาะสมกับนักลงทุนแต่ละท่านอย่างแท้จริง
กลไกของงานแบ่งออกเป็นสามขั้น ขั้นแรก ผู้ถือบัตร Ultimate และ Explorer ทำแบบประเมิน Investor DNA เพื่อระบุบุคลิกการลงทุนตั้งต้นของตัวเองจาก 12 สไตล์ เช่น The Steady Hand ที่ลงทุนสม่ำเสมอ The Diamond Hand ที่ถือยาว หรือ The Planner ที่เน้นวางแผน ขั้นที่สอง ผู้เข้าร่วมงานต้องออกเดินเก็บประสบการณ์จริงภายในงาน ทั้งการฟังเวทีหลัก การเข้า Workshop และการทำภารกิจตามบูธองค์กรพันธมิตร โดยทุกกิจกรรมถูกบันทึกเข้าสู่ระบบผ่านการสแกน และขั้นที่สาม เมื่อสะสมประสบการณ์ครบ ระบบจะปลดล็อกผลวิเคราะห์ฉบับสมบูรณ์ หรือ EVO DNA แล้วแปลงออกมาเป็น Personalized Playbook ที่เขียนขึ้นจากสิ่งที่แต่ละคนทำจริง ไม่ใช่คำแนะนำสำเร็จรูปชุดเดียวที่แจกให้ทุกคนเหมือนกัน
โครงสร้างแบบนี้เปลี่ยนบทบาทของทุกองค์ประกอบในงานไปพร้อมกัน บูธขององค์กรพันธมิตรไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ แต่กลายเป็นด่านหนึ่งบนเส้นทางการเรียนรู้ที่ผู้เข้าร่วมงานต้องผ่านจึงจะปลดล็อกคู่มือของตัวเองได้ ขณะที่ Workshop และ Master Class ทำหน้าที่เป็นเนื้อหาเชิงลึกที่ผู้เข้าร่วมงานเลือกเองตามสไตล์ที่ค้นพบ ส่วนแอปพลิเคชันและ Dashboard ของงานทำหน้าที่เก็บร่องรอยการเรียนรู้ทั้งหมดไว้ให้กลับไปดูย้อนหลังได้
ผลลัพธ์ ผู้ร่วมงาน 7 ใน 10 คน ลงมือทำจนได้คู่มือของตัวเองจริง
ผลที่เกิดขึ้นจริงคือผู้เข้าร่วมงานตอบรับรูปแบบนี้อย่างกว้างขวาง ราว 8 ใน 10 คนที่มีสิทธิ์เริ่มทำแบบประเมิน Investor DNA และเกือบทั้งหมดของกลุ่มที่เริ่มทำ เดินเก็บประสบการณ์ภายในงานจนปลดล็อก Personalized Playbook ของตัวเองได้สำเร็จ เมื่อคิดเป็นภาพรวมแล้ว ผู้เข้าร่วมงานราว 7 ใน 10 คนไม่ได้เพียงเดินผ่าน แต่ลงมือทำจนครบเส้นทางที่ออกแบบไว้ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงมากสำหรับกิจกรรมที่ผู้ร่วมงานเลือกเองว่าจะทำหรือไม่ทำก็ได้
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือเมื่อเปรียบเทียบผลประเมินก่อนและหลังการร่วมกิจกรรม พบว่าบุคลิกการลงทุนของผู้เข้าร่วมงานเปลี่ยนไปอย่างมีทิศทาง กลุ่มที่เคยเป็นสายถือครองและรอคอยมีสัดส่วนลดลง ขณะที่กลุ่มที่ลงมือวางแผนและวิเคราะห์ด้วยตัวเองมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในระดับใกล้เคียงกัน โดยสไตล์ที่เติบโตเด่นชัดที่สุดคือ The Planner หรือสายวางแผน ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
ความเปลี่ยนแปลงนี้คือสิ่งที่งานตั้งใจให้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น เพราะโจทย์ของธีม New World, New Playbook คือการทำให้นักลงทุนเลิกรอให้ตลาดเป็นใจ แล้วหันมาวางแผนและหาข้อมูลด้วยตัวเอง การที่ผู้เข้าร่วมงานขยับไปในทิศทางนั้นได้ภายในเวลาเพียงสองวัน จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าแนวคิดการจัดงานแบบให้ลงมือทำ ไม่ใช่เพียงนั่งฟัง ได้ผลจริง
วันแรก เปิดเวทีด้วยโจทย์ระดับประเทศ ก่อนลงลึกรายสินทรัพย์
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวเปิดมุมมองในช่วง New World New Playbook ว่า ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าและใช้ความรู้จากต่างประเทศสูงเกินกว่าร้อยละ 50 ทำให้ต้องปรับตัวตามผู้นำเทคโนโลยีอยู่เสมอ ทางออกคือการพลิกบทบาทมาเป็นประเทศผู้สร้างองค์ความรู้ใหม่ให้แก่โลก
"เราต้องทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนจากประเทศที่ใช้ความรู้ของคนทั้งโลก มาเป็นประเทศที่สร้างความรู้ใหม่ ๆ ให้คนทั้งโลกด้วย นั่นจะเป็น Game Changer ของประเทศไทย" ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าว
ด้านมุมมองเศรษฐกิจมหภาค ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุในหัวข้อ WHERE THE MONEY GOES NEXT ว่า AI ทำให้เศรษฐกิจโลกดีขึ้น แต่มาพร้อมภาวะ "3 สูง" คือ เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง และสภาพคล่องตึงตัว ซึ่งเป็นความแข็งแกร่งที่มีต้นทุนและจะส่งต่อไปถึงปีหน้า ขณะที่ ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร มองว่าเอเชียคือ Sweet Spot ของห่วงโซ่อุปทาน AI ตราบที่เม็ดเงินลงทุนด้าน AI ยังเดินหน้าต่อ
นายกรณ์ จาติกวณิช เปิดมุมมองอนาคตการเงินโลกในหัวข้อ MONEY IS CHANGING ว่า Agentic AI จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบธุรกรรมตั้งแต่การซื้อสินค้าไปจนถึงการตัดสินใจลงทุน โดยย้ำว่าเงินรูปแบบใหม่จะได้รับการยอมรับไม่ใช่เพราะความล้ำสมัย แต่ต้องทำให้ชีวิตผู้คนดีขึ้น ส่วน ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนแนวเน้นคุณค่า แบ่งปันแนวทางจัดพอร์ตในหัวข้อ BEYOND Wealth ว่าเลือกถือเงินสดรอจังหวะตลาดปรับฐาน พร้อมกระจายการลงทุนเป็นสามส่วน
เวทีวันแรกยังครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลาย ตั้งแต่การจัดสรรเงินล้านแรกโดย คุณมทินา วัชรวราทร CFA, Head of Investment Strategy บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย ที่ย้ำว่าการทุ่มลงทุนในสินทรัพย์เดียวคือความเสี่ยง ทางรอดที่ยั่งยืนคือการกระจายความเสี่ยง มุมมองทองคำจาก คุณธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง มุมมองสินทรัพย์ดิจิทัลจาก คุณอภิชัย เอี่ยมไพศาล และ คุณศุภวิชญ์ พูลเพิ่มทรัพย์ ไปจนถึงสินทรัพย์แห่งความชอบในหัวข้อ LOVE IT. KNOW IT โดย คุณนภดนัย พัฒนาภิวัฒน์ และ คุณกฤช แก้วสุวรรณ ขณะที่ คุณโช๊ค โชกุล นักลงทุนและผู้สร้างคอนเทนต์ ฝากแง่คิดเรื่องวินัยการถือครองว่า คนที่สร้างผลตอบแทนได้จริงไม่ใช่คนที่ทนเห็นพอร์ตติดลบได้นาน แต่คือคนที่ถือกำไรได้นานพอ
วันที่สอง เจาะลึกกลยุทธ์ลงมือทำ ตั้งแต่เลือกหุ้นถึงวางแผนภาษี
ดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้อำนวยการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย เปิดวันที่สองด้วยหัวข้อ THE NEXT WEALTH ชี้ว่าโลกเทคโนโลยีเป็นสนามที่ผู้ชนะได้ไปทั้งหมด จึงแทบไม่มีที่ยืนสำหรับผู้เล่นอันดับสอง ด้าน คุณกวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายบริหารพอร์ตการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองในหัวข้อ MUST-HAVE THAI STOCKS FOR 2027 ว่าตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาส แต่หัวใจอยู่ที่การซื้อในราคาที่เหมาะสมและมีส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย
หัวข้อ MAKE IT (WEALTH) HAPPEN รวมมุมมองการบริหารความมั่งคั่งจาก คุณณริดา มานะสมจิตร, คุณณฤทธิ์ โกสาลาทิพย์ กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานที่ปรึกษาและบริหารการลงทุนลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และ คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งชี้ว่าผู้ชนะในยุคต่อไปไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจหรือเงินมากที่สุด แต่คือผู้ที่มีทั้งสุขภาพและความมั่งคั่งไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ยังมีหัวข้อที่ตอบโจทย์การลงมือทำโดยตรง ทั้งการวางแผนภาษีโดย ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน อาจารย์ด้านคณิตศาสตร์การเงิน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มุมมองสินทรัพย์ดิจิทัลโดย คุณพิริยะ สัมพันธารักษ์ มุมมองงานศิลปะในฐานะสินทรัพย์โดย คุณคมศักดิ์ ปอประสิทธิ์ และการเปรียบเทียบสองแนวทางที่ต่างกันสุดขั้วแต่สำเร็จได้เหมือนกันระหว่างนักลงทุนเน้นคุณค่าและเทรดเดอร์มืออาชีพ โดย คุณสุธน สิงหสิทธางกูร และ คุณวนนท์ วรรณป้าน
พื้นที่บูธ เชื่อมความรู้บนเวทีสู่เครื่องมือที่ใช้ได้จริง
นอกเหนือจากเวทีสัมมนา พื้นที่บูธคืออีกหัวใจหนึ่งของงาน โดยมีองค์กรพันธมิตรร่วมออกบูธกว่า 50 บูธ ครอบคลุมทั้งตลาดทุน ธนาคาร ประกัน สินทรัพย์ดิจิทัล และสินทรัพย์ทางเลือก โดยตลอดสองวันเกิดการแวะเยี่ยมชมบูธรวมกว่า 2,800 ครั้ง และในจำนวนนั้นมีการหยุดร่วมกิจกรรมภายในบูธกว่า 1,600 ครั้ง หรือราว 6 ใน 10 ของการเข้าเยี่ยมชมทั้งหมด สะท้อนว่าผู้เข้าร่วมงานไม่ได้เดินผ่าน แต่หยุดเพื่อทดลองและพูดคุยจริง
ในส่วนของ efin บูธถูกออกแบบให้เป็นจุดที่ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองใช้เครื่องมือวิเคราะห์การลงทุนด้วยตัวเอง โดยมีสองหัวข้อบนเวทีที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่จัดแสดงภายในบูธโดยตรง หัวข้อแรกคือ AI for Investing โดย นายพสุธา ไดจิ อิเดะ Head of Business Development, efin Group ซึ่งกล่าวว่า ในอดีตการสร้างเครื่องมือทางการเงินขั้นสูงที่มักมีเฉพาะในสถาบันการเงิน เช่น ระบบติดตามกระแสเงินทุน (Capital Flow) การวิเคราะห์การหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Rotation) และการทดสอบกลยุทธ์ย้อนหลัง (Backtesting) เป็นเรื่องที่นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงได้ยาก เนื่องจากต้องอาศัยทั้งทักษะการเขียนโปรแกรม ความรู้ทางการเงินเชิงลึก และข้อมูลที่มีคุณภาพ
แต่ปัจจุบัน AI เข้ามาช่วยลดข้อจำกัดด้านการเขียนโปรแกรมและความรู้ทางการเงิน ทำให้เครื่องมือเหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญยังคงเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพ ซึ่งไม่เพียงต้องถูกต้องและน่าเชื่อถือ แต่ยังต้องอยู่ในรูปแบบที่ AI สามารถเข้าถึงและนำไปใช้งานได้ง่าย
ด้วยเหตุนี้ efin.finance จึงเปิดให้ AI เข้าถึงข้อมูลทางการเงินได้โดยตรงผ่าน efinMCP ซึ่งพัฒนาบนเทคโนโลยี Model Context Protocol ครอบคลุมข้อมูลหุ้น งบการเงิน ข่าวสาร ตัวชี้วัดทางเทคนิค กองทุนรวม DR และคริปโทเคอร์เรนซี พร้อมสาธิตสดการสร้างระบบ Backtesting ด้วย AI เพื่อแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่ดูเหมือนสร้างกำไรได้ดีในอดีต อาจไม่ผ่านการตรวจสอบทางสถิติ ช่วยให้นักลงทุนมองเห็นความเสี่ยงก่อนนำเงินจริงไปลงทุน โดยทั้งหมดใช้เพียง efinMCP ร่วมกับความสามารถของ AI
นายพสุธา ไดจิ อิเดะ Head of Business Development, efin Group กล่าวสรุปว่า "ยุคปัจจุบัน กลุ่มคนที่เข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ดีกว่าผ่านการใช้เครื่องมือต่าง ๆ จะได้เปรียบแบบทวีคูณ"
หัวข้อที่สองคือ DECODING FOREIGN FLOWS โดย นายวชิรเมษฐ์ ธเนศสถิตพงศ์ Head of Investment Analytics & Innovation, efin Group ซึ่งอธิบายวิธีอ่านทิศทางเงินทุนต่างชาติให้เข้าใจได้ภายในเวลาสั้น ๆ โดยชี้ว่าเมื่อนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึ้นประมาณ 8 ใน 10 ครั้ง และความสัมพันธ์จะยิ่งชัดเจนขึ้นในช่วงที่เงินบาทแข็งค่าและช่วงที่ต่างชาติซื้อหนัก
นายวชิรเมษฐ์ ธเนศสถิตพงศ์ Head of Investment Analytics & Innovation, efin Group กล่าวว่า "คำพูดของจอร์จ โซรอส อย่างหนึ่งก็คือ ถ้าเราเข้าใจระบบ มันจะหลอกเราไม่ได้"
Master Class และ Workshop ได้รับความสนใจเต็มทุกรอบ
ภายในงานยังจัด Master Class จำนวน 3 คลาส ได้แก่ RADIANCE RIFT RUMBLE ในวันแรก และ VALUE MEETS MOMENTUM กับ MONEY MAKEOVER 40+ ในวันที่สอง พร้อม Workshop เชิงปฏิบัติการอีก 8 หัวข้อใน 2 ห้อง ครอบคลุมตั้งแต่การจัดพอร์ตรับทุกสภาวะตลาด การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์การลงทุน การอ่านตลาดการ์ดสะสมและสินทรัพย์ทางเลือก ไปจนถึงการวางแผนการเงินเพื่ออิสรภาพทางการเงิน
Master Class เป็นกิจกรรมที่มีอัตราการเข้าร่วมสูงที่สุดของงาน ผู้ที่ลงทะเบียนไว้มาร่วมจริงแทบทั้งหมดในทุกคลาส รวมถึงคลาสรอบสุดท้ายของวันสุดท้ายที่ยังเต็มห้อง ส่วน Workshop ก็ได้รับความสนใจต่อเนื่อง โดยวันที่สองมีผู้เข้าร่วมมากกว่าวันแรก ทั้งที่มีผู้อยู่ในงานน้อยกว่า สะท้อนว่าผู้ที่กลับมาในวันที่สองคือกลุ่มที่ตั้งใจมาเก็บเนื้อหาเชิงลึกโดยเฉพาะ
ปลดล็อกทุกเกมแล้ว สร้าง Personalized Playbook ต่อได้จากทุกที่
ภายหลังจบงาน efin ได้ปลดล็อกเกมทั้งหมดให้ผู้เข้าร่วมงานที่ยังเล่นไม่ครบหรือยังไม่ได้เริ่ม สามารถเข้าไปเล่นต่อผ่าน Dashboard ของตนเองได้จากทุกที่ เพื่อสร้าง Personalized Playbook ฉบับสมบูรณ์ พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับผู้ถือบัตร Ultimate ทั้งฉบับเต็มในรูปแบบเอกสาร ชุดคำสั่งใช้งาน efinAI ที่สอดคล้องกับ Investor DNA ของแต่ละคน และคู่มือรายสินทรัพย์อีก 18 เล่ม
การที่ Personalized Playbook ยังสร้างต่อได้หลังจบงาน ทำให้ Better Trade 2026 ไม่สิ้นสุดลงพร้อมการปิดฮอลล์ แต่กลายเป็นจุดตั้งต้นของคู่มือการลงทุนที่ผู้เข้าร่วมงานแต่ละคนจะปรับแก้ต่อไปได้เอง ซึ่งคือสิ่งที่ efin ตั้งใจให้เกิดขึ้นตั้งแต่ออกแบบงาน
efin ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมงาน องค์กรพันธมิตร วิทยากร และผู้สนับสนุนทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนสำคัญของ Better Trade 2026 และพร้อมเดินหน้าพัฒนาเครื่องมือและพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้เพื่อยกระดับสังคมการลงทุนไทยต่อไป