ผอ. ยูดีดีซี เสนอพัฒนาทางเท้า – พื้นที่สาธารณะส่งเสริมสุขภาวะ เพื่อเป็น “ทุนสุขภาพ” ให้คนทุกวัยแก่ตัวอย่างมีคุณภาพ

ข่าวทั่วไป 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 15:53 น. —ThaiPR.net

ผู้อำนวยการ UddC ร่วมเวที TDRI Annual 2019 "สังคมอายุยืน แข่งขันได้ อยู่ดี มีสุข อย่างไร?" ผศ.ดร. นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) ร่วมงาน TDRI Annual Conference 2019 ณ ห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ รร.เซนทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งปีนี้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) จัดงานภายใต้แนวคิด "สังคมอายุยืน แข่งขันได้ อยู่ดี มีสุข อย่างไร?" โดยผู้อำนวยการ UddC เป็นแขกรับเชิญในเวทีเสวนา หัวข้อ พัฒนา "เมืองสำหรับคน" อย่างในในสังคมอายุยืน? นำเสนอหลักโดย ดร. สุเมธ องกิตติกุล และคุณณิชมน ทองพัฒน์ ทีดีอาร์ไอ

ผอ. ยูดีดีซี เสนอพัฒนาทางเท้า – พื้นที่สาธารณะส่งเสริมสุขภาวะ เพื่อเป็น “ทุนสุขภาพ” ให้คนทุกวัยแก่ตัวอย่างมีคุณภาพ

"เมืองออกแบบได้" คือ สาระสำคัญจากผู้อำนวยการ UddC กล่าวคือ นอกจาก "การออกแบบเมืองที่เป็นมิตรกับคนสูงวัย" ซึ่งเป็นมาตรฐานการออกแบบอาคารและพื้นที่สาธารณะทั่วโลก หากสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันคือ การออกแบบเมืองสำหรับคนที่ยังไม่แก่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนเหล่านี้แก่อย่างมีคุณภาพ (Active Ageing) เมืองต้องสร้าง "วัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่ดี" ที่ส่งเสริมให้คนสะสม "ทุนสุขภาพ" ไว้ใช้ตอนแก่

ผู้อำนวยการ UddC กล่าวว่า การเดินเป็นวิธีสร้างทุนสุขภาพที่สะสมง่ายและถูกที่สุด เมืองจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ เช่น ทางเท้าและสวนสาธารณะ เพื่อส่งเสริมสุขภาพทั้งกายและใจ ทั้งนี้ จากโครงการ "เมืองเดินได้ เมืองเดินดี" (GoodWalk) โดย UddC สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า กรุงเทพฯและเมืองขนาดรองในไทย 33 เมือง เป็นเมืองเดินได้ คือสามารถเดินไปยังพื้นที่เป้าหมายในชีวิตประจำวันโดยไม่ใช้รถยนต์ แต่กลับเป็นเมืองเดินไม่ดี เนื่องจากเดินไม่สะดวก ไม่ปลอดภัย และไม่น่ารื่นรมย์ ซึ่งล้วนอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตในพื้นที่สาธารณะของคนสูงอายุ

ผอ. ยูดีดีซี เสนอพัฒนาทางเท้า – พื้นที่สาธารณะส่งเสริมสุขภาวะ เพื่อเป็น “ทุนสุขภาพ” ให้คนทุกวัยแก่ตัวอย่างมีคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครยังมีศักยภาพในการพัฒนาโครงข่ายพื้นที่สีเขียว และนำมาออกแบบเพื่อยกระดับสุขภาวะให้คนเมืองได้ เช่น โครงสร้างทิ้งร้างและพื้นที่ใต้ทางด่วน เฉพาะใจกลางพื้นที่ กทม. พบว่า มีพื้นที่ดังกล่าวมากกว่า 600 ไร่ หรือเท่ากับ 2 เท่าของขนาดสวนลุมพินี หากโครงสร้างทิ้งร้างและพื้นที่ใต้ทางด่วนได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียว จะส่งผลให้การเข้าถึงสาธารณูปการสำหรับสุขภาพมีเพิ่มมากขึ้น

"แม้ว่าเราจะรู้สึกว่า กทม. แออัด แต่แท้จริงแล้ว กทม. มีพื้นที่ศักยภาพมากมาย ที่สามารถนำมาออกแบบเพื่อยกระดับสุขภาวะคนในเมืองได้ หนึ่งในพื้นที่ดังกล่าวคือ พื้นที่กรรมสิทธิ์ของรัฐที่มีการใช้งานต่ำ (under-utilized) เช่น โครงการพระปกเกล้าสกายปาร์ก (โครงการสะพานด้วน) จากการฟื้นฟูรางรถไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สร้างไม่เสร็จและไม่ได้ใช้ประโยชน์ เป็นทางเดิน-ทางจักรยานสีเขียวข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถใช้งานได้ทุกเพศทุกวัย ดึงดูดให้คนออกมาเดินเล่น และชมทัศนียภาพบนสะพาน นอกจากนี้โครงการยังเป็นต้นแบบความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่นและส่วนกลางในการฟื้นฟูเมือง ขณะนี้สภากรุงเทพมหานครอนุมัติงบประมาณแล้ว คาดว่าก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2563" ผู้อำนวยการ UddC กล่าว
ผอ. ยูดีดีซี เสนอพัฒนาทางเท้า – พื้นที่สาธารณะส่งเสริมสุขภาวะ เพื่อเป็น “ทุนสุขภาพ” ให้คนทุกวัยแก่ตัวอย่างมีคุณภาพ

ผู้อำนวยการ UddC กล่าวทิ้งท้ายว่า การกระจายอำนาจไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งการให้อำนาจเขตในการบริหารจัดการพื้นที่รับผิดชอบอย่างอิสระในกรณีของ กทม. จะเป็นการ "ทลายคอขวด" ของการพัฒนาเมืองที่สามารถตอบสนองปัญหาและความต้องการที่หลากหลายของคนได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ การออกแบบเมือเพื่อรองรับอนาคตที่มี "ศตวรรษนิกชน" หรือ คนอายุมากกว่าร้อยปีที่เพิ่มขึ้น ก็ยิ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้คนทุกวัย ทั้งแก่และยังไม่แก่ "เดินได้ เดินดี เดินร่ม เดินเย็น"

"เมืองที่เต็มไปด้วยพื้นที่สาธารณะส่งเสริมสุขภาวะ ที่เข้าถึงได้ด้วยการเดินเท้า ต้องเป็นวาระสำคัญของเมือง เพื่อให้คนเพิ่มทุนสุขภาพไว้ใช้ตอนแก่" ผู้อำนวยการ UddC กล่าวย้ำ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ