7UPทุ่ม 50 ลบ.เทคโอเวอร์โรงไฟฟ้าประชารัฐบันนังสตา-แม่ลาน คาด COD ปี 63 สร้างรายได้ให้ชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday June 26, 2019 11:03 —ThaiPR.net

7UPทุ่ม 50 ลบ.เทคโอเวอร์โรงไฟฟ้าประชารัฐบันนังสตา-แม่ลาน คาด COD ปี 63 สร้างรายได้ให้ชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ กรุงเทพฯ--26 มิ.ย.--พาร์ทูโกล 7UPทุ่ม 50 ล้านบาทเดินหน้าเทคโอเวอร์โรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ "ประชารัฐบันนังสตา" และ "ประชารัฐแม่ลาน" กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 6 MW คาดCOD ภายในปี 2563 เงื่อนไขขายไฟแจ่ม 5.14 บาทต่อหน่วย คิดเป็นIRR 15.74% รับรู้ผลบวกตั้งแต่ปี 2564 นายสิทธิชัย กฤชวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ7UP เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2562 มีมติอนุมัติให้ใช้เงินทุนจากกระแสเงินสด จำนวน 50 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้นในบริษัท อีโค เอ็นเนอร์ยี กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด สัดส่วน 76.92% ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลจากเศษไม้ยางพาราในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 2 โรง คือ โรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล บันนังสตา กำลังการผลิตไฟฟ้า 3 เมกกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล แม่ลาน กำลังการผลิตไฟฟ้า 3 เมกกะวัตต์ สำหรับสาเหตุของการซื้อหุ้นดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯ ในการมองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นโดยเร็ว ภายหลังการเข้าซื้อหุ้นดังกล่าว บริษัทฯ จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง โดยมีบริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ("เอ็นคอม") ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (กฟภ.) ร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 40% และรัฐวิสาหกิจชุมชน ร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 10% ปัจจุบันทางโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง ได้ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA) กับกฟภ. เมื่อเดือนมีนาคม 2562 หลังจากนี้จะเร่งดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้ง 2 แห่ง เพื่อให้สามารถขายไฟเชิงพาณิชย์(COD) ได้ทันตามกำหนด ภายในปี 2563 เบื้องต้นคาดว่าจะต้องใช้เงินในการก่อสร้าง 300 ล้านบาทต่อโรง รวมแล้วจะใช้เงินในการก่อสร้าง 600 ล้านบาท สำหรับแหล่งเงินจะมาจากส่วนทุน 200 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของบริษัทฯเองจะต้องร่วมใส่เงินทุนส่วนนี้ 100 ล้านบาท ตามสัดส่วนการถือหุ้น และที่เหลืออีก 400 ล้านบาท จะมาจากการกู้เงินกับสถาบันการเงิน บริษัทฯ คาดว่าโรงไฟฟ้าทั้ง 2 โรง จะสร้างอัตราผลตอบแทนลงทุน(IRR) ที่ 15.74% และเริ่มรับรู้รายได้จากการขายไฟ ตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งจะมีส่วนสนับสนุนให้ผลประกอบการของบริษัทฯเติบโตไปในทิศทางที่ดี เนื่องจากพบว่าอัตราการขายไฟของโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง อยู่ในระดับสูงถึง5.14 บาทต่อหน่วย สูงกว่าเมื่อเทียบกับอัตราการขายไฟในพื้นที่ทั่วไป จะอยู่ ในช่วง 2-3 บาท เนื่องจากโรงไฟฟ้าทั้ง 2 โรงตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีความเสี่ยงสูงกว่า "โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินตามนโยบายของภาครัฐในอันที่จะพัฒนาในส่วนของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีส่วนสนับสนุนช่วยเหลือคนในพื้นที่ให้มีแหล่งรายได้เพิ่มขึ้น จากการที่เปิดโอกาสให้รัฐวิสาหกิจชุมชนมีส่วนร่วมในการถือหุ้นในโรงไฟฟ้าทั้ง 2 โรง และบริษัทฯ ประเมินว่าภายหลังโครงการลงทุนดังกล่าว จะมีโครงการลงทุนอื่น ๆ ตามมาในพื้นที่ภาคใต้"ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร7UP กล่าวทิ้งท้าย ลักษณะธุรกิจของ7UP กลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจหลัก 4 ธุรกิจ ได้แก่ 1.) ธุรกิจตัวแทนนายหน้าในการจัดจำหน่าย แก๊ส LPG 2.) ธุรกิจพลังงานทดแทน/พลังงานทางเลือก 3.) ธุรกิจวิทยุสื่อสารโทรคมนาคม และ Internet of Things (IoT) และ4.) ธุรกิจปรับปรุงคุณภาพน้ำสำหรับฟาร์มกุ้ง

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ