พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตรตั้งระหว่าง12 พฤศจิกายน 2550 - 18 พฤศจิกายน 2550

ข่าวทั่วไป Monday November 12, 2007 15:34 —กรมอุตุนิยมวิทยา

ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่าง ๆ 
ระหว่าง 12 พฤศจิกายน 2550 - 18 พฤศจิกายน 2550
ภาคเหนือ
มีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ และมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว ทางตอนล่างของภาคอากาศเย็น ส่วนบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด ในช่วงวันที่ 18 พ.ย. อุณหภูมิจะลดลงอีก เกษตรกรควรเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ตนเองและสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้เกษตรกรควรระวังโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและโรคผิวหนัง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีหมอกบางในตอนเช้า กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว ทางตอนล่างของภาคอากาศเย็น ส่วนบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด ในช่วงวันที่ 17-18 พ.ย. อุณหภูมิลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส และมีลมแรง เกษตรกรควรระวังและป้องกันการเกิดอัคคีภัย โดยดับไฟให้สนิททุกครั้งหลังจากจุดเพื่อให้ความอบอุ่น ส่วนสัตว์เลี้ยงที่ยังเล็กควรให้ความอบอุ่นอย่างเพียงพอและทำแผงกำบังลมหนาวด้วย สำหรับข้าวนาปีที่อยู่ในระยะตั้งท้องและออกรวงชาวนาควรให้น้ำอย่างพอเพียง เพราะหากขาดน้ำจะทำให้ผลผลิตลดลง
ภาคกลาง
อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ในช่วงวันที่ 18 พ.ย. อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส เนื่องจากระยะนี้อากาศแห้งเกษตรกรที่ปลูกกล้วยไม้ควรเพิ่มความชื้นภายในโรงเรือน เช่น ใช้วัสดุชุ่มน้ำวางในโรงเรือน นอกจากนี้เกษตรกรทั่วไปควรวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพเนื่องจากระยะต่อไปปริมาณฝนจะลดน้อยลง
ภาคตะวันออก
อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีฝนบางพื้นที่ ในช่วงวันที่ 18 พ.ย. อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส เกษตรควรดูแลอุณหภูมิภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เพราะจะทำให้สัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย สำหรับผลผลิตทางการเกษตร เช่น ถั่วเขียวและถั่วลิสงที่เก็บเกี่ยวในระยะนี้เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการตากไว้กลางแจ้งข้ามคืนเพราะอาจจะชื้น ขึ้นราเสียหายได้
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
ทางฝั่งตะวันออกอากาศเย็นทางตอนบนของภาค และมีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปโดยเฉพาะในช่วงวันที่ 18 พ.ย. จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ส่วนทางฝั่งตะวันตกมีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไปเกือบตลอดสัปดาห์ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับพื้นที่การเกษตรที่อยู่บริเวณภาคใต้ตอนกลางซึ่งถูก น้ำท่วมขังในระยะที่ผ่านมาหากระดับน้ำลดลงแล้วเกษตรกรรีบระบายน้ำ เพราะทิ้งไว้นานรากพืชจะขาดอากาศและตายได้ และปรับต้นที่ล้มเอนให้ตั้งตรง ถ้ามีรอยแผลควรทำความสะอาดและตัดแต่งรอยแผลแล้วทาด้วยสารป้องกันเชื้อรา อนึ่ง ระยะนี้คลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งควรป้องกันความเสียหายด้วย ส่วนชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุตุนิยมวิทยา 0-2399-4568-74
-สส-

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ