ข่าวอินโฟเควสท์
01:00 "ทรัมป์"เผยไม่มีความจำเป็นต้องบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนก่อนเลือกตั้งปธน.ปีหน้า   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องบ…
00:44 สหรัฐ-จีนเจรจาการค้าส่อเค้าล่ม หลังเจ้าหน้าที่จีนกลับประเทศก่อนกำหนด   สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีช่วยของจีนที่ได้เจรจา…
00:27 รัสเซียแสดงความยินดี หลังรัฐบาล-ฝ่ายค้านเวเนซุเอลาบรรลุข้อตกลงทางการเมือง   กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์แสดงความยินดีต่อการที่รัฐบาล…
00:10 ศาลตุรกีตัดสินจำคุกผู้ต้องสงสัย 14 รายข้อหาพัวพันกลุ่ม IS   สำนักข่าวอนาโดลูของตุรกีรายงานว่า ศาลตุรกีได้มีคำตัดสินให้จำคุกผู้ต้องสงสัยจำนวน 14…
00:00 จีนรวบตัวนักบิน"เฟดเอ็กซ์" ข้อหาลักลอบนำเข้าอาวุธ   กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงในวันนี้ว่า เจ้าหน้าที่จีนได้ควบคุมตัวนายทอดด์ ฮอห์น นักบินของบร…

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร “ธ. เมกะ สากลพาณิชย์” ที่ “AAA” แนวโน้ม “Stable”

ข่าวหุ้น-การเงิน ทริส เรตติ้ง -- พฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2562 13:50:00 น.

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ ธนาคาร เมกะ สากลพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “AAA” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงฐานะของธนาคารซึ่งเป็นธนาคารย่อยที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ในระดับสูงของ Mega International Commercial Bank Co., Ltd. ในไต้หวัน (Mega ICBC-Taiwan ซึ่งได้รับการจัดอันดับเครดิตจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ “A” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่”) และการได้รับการสนับสนุนด้านธุรกิจและการเงินจากธนาคารแม่อย่างเสมอต้นเสมอปลายซึ่งทริสเรทติ้งมองว่าจะยังคงดำเนินต่อไปในอนาคต

เมื่อพิจารณาในส่วนของอันดับเครดิตเฉพาะของธนาคารเมกะ สากลพาณิชย์แล้ว ปัจจัยสนับสนุนสถานะเครดิตของธนาคารประกอบด้วยเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง คุณภาพสินทรัพย์ที่อยู่ในเกณฑ์ดี และสภาพคล่องที่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ก็มีข้อบั่นทอนอันเกิดจากการกระจุกตัวของธุรกิจจากการที่ธนาคารมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่และความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ดังกล่าว

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต
การสนับสนุนจาก Mega ICBC-Taiwan จะยังคงอยู่ต่อไป

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตของธนาคารเมกะ สากลพาณิชย์ที่สำคัญที่สุดคือการที่ทริสเรทติ้งเห็นว่าธนาคารจะยังคงได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจาก Mega ICBC-Taiwan ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ธนาคารเกิดปัญหาทางการเงิน ซึ่งปัจจัยชี้วัดก็คือการเพิ่มทุนในอดีตที่นอกเหนือจากการได้รับการสนับสนุนด้านแหล่งเงินกู้สำรองนั่นเอง ทั้งนี้ การใช้ชื่อองค์กรร่วมกันยังส่งผลทำให้การดำเนินงานและผลประกอบการของธนาคารรับผลจากชื่อเสียงของกลุ่มโดยตรงซึ่งนำไปสู่การบริหารความเสี่ยงร่วมกันอีกด้วย

ทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่ Mega ICBC-Taiwan จะขายธุรกิจของธนาคารออกไปเนื่องจากพันธสัญญาในระยะยาวต่อธุรกิจในประเทศไทยที่มีธนาคารเป็นหน่วยผลักดันอันประกอบด้วยการให้บริการทางการเงินและสินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าชาวไต้หวันที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ซึ่งลูกค้าหลายรายได้รับการแนะนำจากธนาคารแม่และจากหน่วยงานราชการของไต้หวัน ธนาคารยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันกลยุทธ์ของกลุ่มในการมุ่งเน้นขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามนโยบาย “New Southbound Policy” ของรัฐบาลไต้หวันซึ่งส่งเสริมการขยายการลงทุนในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเอเชียใต้ และประเทศออสเตรเลียอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดการพึ่งพาประเทศจีนแผ่นดินใหญ่

เงินกองทุนจะยังคงแข็งแกร่ง

ปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่กำหนดอันดับเครดิตเฉพาะของธนาคารเมกะ สากลพาณิชย์คือเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งทริสเรทติ้งมองว่าน่าจะคงระดับเช่นนี้ต่อไปอีกในระยะ 3 ปีข้างหน้า อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามเกณฑ์ Basel-III ของธนาคารอยู่ที่ระดับ 24.1% ณ สิ้นปี 2560 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ไทยซึ่งอยู่ที่ระดับ 15.0% อย่างไรก็ตาม ระดับเงินกองทุนรวมของธนาคารซึ่งอิงกับอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ที่ระดับ 24.8% นั้นถือว่าเหมาะสมสำหรับสาขาธนาคารต่างประเทศในประเทศไทยซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 23% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ในระยะ 3 ปีข้างหน้า ทริสเรทติ้งประมาณการว่าอัตราส่วนเงินกองทุนรวม (กว่า 97% เป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ) ของธนาคารจะอยู่ในระดับที่สูงกว่า 20% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยทริสเรทติ้งพิจารณาจากอัตราส่วนเงินปันผลที่ลดลงซึ่งสะท้อนถึงเป้าหมายของผู้บริหารในการรักษาฐานเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของสินเชื่อจากสมมติฐานดังกล่าว ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนเงินปันผลของธนาคารจะค่อย ๆ ลดลง จนถึงระดับ 60% ภายในปี 2564 จากระดับ 90% ในปี 2561 และอัตราการเติบโตของสินเชื่อจะลดลงสู่ระดับปกติที่ 7% ภายใน 3 ปีข้างหน้าจากระดับที่สูงถึง 13% ในปี 2561 ส่งผลให้ประมาณการอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของนั้นจะอยู่ที่ระดับ 20%-22% ในปี 2562-2564 แม้ว่าจะมีความเสี่ยงที่อัตราส่วนเงินกองทุนจะต่ำกว่าประมาณการเนื่องจากการลดอัตราส่วนของเงินปันผลนั้นยังต้องได้รับการอนุมัติจากธนาคารแม่ แต่ทริสเรทติ้งก็ยังเชื่อว่าอัตราส่วนเงินกองทุนของธนาคารจะยังคงอยู่ในระดับที่จะช่วยสนับสนุนให้อันดับเครดิตเฉพาะของธนาคารอยู่ในระดับปัจจุบันได้

ผลการดำเนินงานอยู่ในระดับดีต่อเนื่อง

ทริสเรทติ้งเชื่อว่าผลกำไรของธนาคารน่าจะคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งในระยะ 3 ปีข้างหน้าโดยได้รับแรงหนุนจากอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่อยู่ในเกณฑ์ดี ตลอดจนกำไรจากดอกเบี้ยสุทธิหลังหักต้นทุนทางเครดิตที่ค่อนข้างคงที่ ต้นทุนทางเครดิตที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งผลการดำเนินงานของธนาคารในระยะที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยมีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ยใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ไทยซึ่งอยู่ที่ระดับประมาณ 1.4% ในช่วงปี 2560 ถึงปี 2561 แต่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสาขาธนาคารต่างประเทศในประเทศไทยซึ่งอยู่ที่ระดับ 0.9% ผลการดำเนินงานของธนาคารในปี 2560 มีอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่ง รวมถึงต้นทุนทางเครดิตที่อยู่ในระดับต่ำ และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (โดยหลักมาจากกำไรสุทธิจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ) ที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของธนาคารก็ลดทอนลงบางส่วนจากการมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากการยกระดับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การเพิ่มศักยภาพสาขา และการเพิ่มจำนวนบุคลากรในด้านการดูแลความเสี่ยง

คุณภาพสินทรัพย์อยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีเงินสำรองอยู่ในระดับปานกลาง

ทริสเรทติ้งมองว่าคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารเมกะ สากลพาณิชย์ไม่ใช่ประเด็นกังวลสำคัญต่ออันดับเครดิตเนื่องจากคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจของธนาคารอยู่ในเกณฑ์ดี อีกทั้งธนาคารยังมีนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม รวมถึงมีการตัดจำหน่ายหนี้สูญและปรับโครงสร้างหนี้เสียอย่างต่อเนื่อง ในการนี้ อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม  ของธนาคารคงอยู่ในระดับต่ำและลดลงอย่างต่อเนื่องถึงระดับ 1.48% ณ สิ้นปี 2560 จาก 1.78% เมื่อ 2 ปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนดังกล่าวก็ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของสาขาธนาคารต่างประเทศซึ่งอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1% ต้นทุนทางเครดิตของธนาคารติดลบมาโดยตลอดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเนื่องจากการย้อนกลับของสำรองหนี้สูญจากการตัดจำหน่ายหนี้สูญที่มีส่วนช่วยให้ผลประกอบการของธนาคารยังคงดีอยู่ ทริสเรทติ้งประมาณการว่าต้นทุนทางเครดิตของธนาคารจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 5 ถึง 15 จุด (Basis Points – bps) ในช่วงระหว่างปี 2562 ถึงปี 2564 ภายใต้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักได้

ทริสเรทติ้งคาดว่าธนาคารเมกะ สากลพาณิชย์ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มอย่างมีสาระสำคัญเนื่องจากสัดส่วนมูลค่าของหลักประกันต่อเงินสินเชื่อที่มีนั้นอยู่ในระดับสูง (74% ของสินเชื่อรวม) และแนวโน้มผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS 9 จากการประเมินของธนาคาร นอกจากนี้ กว่า 20% ของสินเชื่อของธนาคารยังได้รับการประกันจาก Overseas Credit Guarantee Fund (OCGF) ซึ่งเป็นหน่วยงานให้การรับประกันเครดิตของไต้หวันอีกด้วย ทริสเรทติ้งยังคาดว่าการย้อนกลับของเงินสำรองจากการตัดจำหน่ายหนี้สูญจะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องในปี 2562 สำหรับในปี 2561 นั้น อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำที่ 118% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ไทยซึ่งอยู่ที่ระดับ 147% ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสำรองของธนาคารตามเกณฑ์นั้นอยู่ที่ระดับประมาณ 200%

มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อให้แก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจชาวไต้หวันเป็นหลัก

ในฐานะที่ธนาคารเป็นตัวแทนของ Mega ICBC-Taiwan ในประเทศไทยที่ดำเนินการภายใต้นโยบาย New Southbound Policy ของรัฐบาลไต้หวัน ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารจะยังคงมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าธุรกิจชาวไต้หวันในประเทศไทยต่อไป ส่งผลให้ธนาคารมีแหล่งที่มาของรายได้ที่กระจายตัวน้อยกว่าธนาคารพาณิชย์ไทยและมีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการในสัดส่วนที่ต่ำกว่าซึ่งส่วนใหญ่มาจากบริการด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ บริการธุรกรรมระหว่างประเทศ และการโอนเงินระหว่างประเทศ

การกระจุกตัวทางธุรกิจในระดับสูงก็ถือว่าเป็นผลกระทบอีกประการหนึ่งจากการมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ แม้ว่าในมุมมองของ

ทริสเรทติ้งจะเห็นว่าการกระจุกตัวดังกล่าวเป็นลักษณะเฉพาะของธนาคารต่างประเทศที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แต่สัดส่วนของลูกค้ารายใหญ่ 20 รายแรกต่อสินเชื่อรวมของธนาคารยังคงอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยทริสเรทติ้ง แม้ว่าคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารยังอยู่ในเกณฑ์ดีในปัจจุบัน แต่ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกก็อาจส่งผลให้สินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ทั้งนี้ ในอดีตอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมของธนาคารเคยขึ้นถึงจุดสูงสุดที่ 2.90% ณ เดือนมิถุนายน 2559

การพึ่งพาแหล่งเงินฝากจากลูกค้าธุรกิจ

การที่ธนาคารเมกะ สากลพาณิชย์พึ่งพาแหล่งเงินฝากขนาดใหญ่จากกลุ่มลูกค้าธุรกิจซึ่งเป็นฐานลูกค้าของธนาคารเพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนหลักนั้นยังคงเป็นปัจจัยลบต่ออันดับเครดิตของธนาคาร สัดส่วนของเงินฝากต่อแหล่งเงินทุนของธนาคารอยู่ที่ระดับ 73% ของแหล่งเงินทุนรวม  ณ สิ้นปี 2562 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสาขาธนาคารต่างประเทศ ในขณะที่ 81% ของเงินฝากมาจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ถึงแม้ว่าสัดส่วนดังกล่าวจะอยู่ในระดับค่อนข้างทรงตัวในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ทริสเรทติ้งก็ยังคงมองว่าความเสี่ยงด้านแหล่งเงินทุนนั้นยังคงมีอยู่ ทั้งนี้ เนื่องจากการไหลออกของแหล่งเงินฝากขนาดใหญ่อาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่เกิดวิกฤติทางการเงิน กระนั้น ความเสี่ยงดังกล่าวก็ได้รับการบรรเทาจากแหล่งเงินกู้ที่ได้รับจากธนาคารแม่

สภาพคล่องที่เพียงพอ

ในมุมมองของทริสเรทติ้งเห็นว่าสภาพคล่องที่เพียงพอของธนาคารสะท้อนถึงแหล่งเงินกู้สำรองจากธนาคารแม่และสินทรัพย์สภาพคล่องที่เพียงพอรองรับความต้องการด้านแหล่งเงินทุนของธนาคาร ผู้บริหารของธนาคารยังมีแผนจะเพิ่มวงเงินสินเชื่อประเภทที่ไม่สามารถยกเลิกได้ (Committed Credit Facilities) พร้อมทั้งขยายระยะเวลาการชำระคืนหนี้เงินกู้ระหว่างธนาคารกับธนาคารแม่อีกด้วย สภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ธนาคารมีสัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับใช้รองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรง (Liquidity Coverage Ratio -- LCR) ได้เพียงพอตามเกณฑ์ขั้นต่ำได้ดีขึ้น โดยอัตราส่วน LCR ของธนาคาร ณ เดือนมีนาคม 2562 นั้นก็อยู่ในระดับสูงกว่าเกณฑ์ซึ่งอยู่ที่ระดับ 90% สำหรับปี 2562 ในขณะที่สัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อสินทรัพย์รวมอยู่ที่ระดับ 20% ณ สิ้นปี 2561


สมมติฐานกรณีพื้นฐาน
สมมติฐานระหว่างปี 2562-2564 มีดังนี้
• อัตราการเติบโตของสินเชื่อ: 6%-8%
• ต้นทุนทางเครดิต: 0.05%-0.15%
• อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม: 1.3%-1.4%
• อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1: 20%-22%
• อัตรากำไรจากดอกเบี้ยสุทธิหลังจากหักต้นทุนทางเครดิต: 2.2%-2.3%
แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าธนาคารเมกะ สากลพาณิชย์จะยังคงสถานะในการเป็นบริษัทย่อยที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ในระดับสูงของ Mega ICBC-Taiwan และจะยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากธนาคารแม่ต่อไป

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตของธนาคารอาจเปลี่ยนแปลงในกรณีที่สถานะอันดับเครดิตของ Mega ICBC-Taiwan เปลี่ยนไป หรือในกรณีที่มุมมองของทริสเรทติ้งเกี่ยวกับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของธนาคารที่มีต่อ Mega ICBC-Taiwan และการสนับสนุนจากกลุ่มลดลงไป

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง
- วิธีการในการจัดอันดับเครดิตธนาคารพาณิชย์, 30 มีนาคม 2560
- Group Rating Methodology, 10 กรกฏาคม 2558
ธนาคาร เมกะ สากลพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (Mega ICBC)
อันดับเครดิตองค์กร: AAA
แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ santaya@trisrating.com  โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

? บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2562 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

ข่าวที่เกี่ยวข้อง