World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday November 16, 2017 08:52 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดการเงินยังคงจับตาความคืบหน้าในการผลักดันร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของคณะทำงานประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางความวิตกกังวลที่ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวอาจเผชิญกับความไม่แน่นอน หลังจากวุฒิสภาได้สร้างเงื่อนไขใหม่ด้วยการพ่วงการยกเลิกเนื้อหาส่วนหนึ่งของกฎหมายโอบามาแคร์เข้ากับแผนการปฏิรูปภาษี

ทางด้านนายรอน จอห์นสัน วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันได้ออกมายืนยันว่า เขาจะไม่โหวตสนับสนุนร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับของวุฒิสภาอย่างแน่นอน ซึ่งถือเป็นวุฒิสมาชิกจากรีพับลิกันคนแรกที่ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว

-- หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงทั้งในตลาดหุ้นนิวยอร์กและตลาดหุ้นยุโรปเมื่อคืนนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบ WTI และน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลง หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.2 ล้านบาร์เรล ขณะที่การผลิตน้ำมันของสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.65 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

-- นายเอริค โรเซนเกรน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาบอสตัน ได้กล่าวที่มหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์นเมื่อวานนี้ว่า เฟดควรเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากเขาเชื่อว่าอัตราว่างงานน่าจะปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำกว่า 4% เพราะเมื่ออัตราว่างงานปรับตัวลงแล้วก็จะเป็นปัจจัยกดดันต่อเงินเฟ้อและราคาสินทรัพย์ จนก่อให้เกิดความจำเป็นในการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

-- หุ้นแอร์บัสและหุ้นโบอิ้ง ต่างก็ปิดตลาดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ หลังจากมีรายงานว่า โบอิ้งบรรลุข้อตกลงขายเครื่องบินรุ่น 737 Max 8 ให้กับสายการบินฟลายดูไบ จำนวน 225 ลำ คิดเป็นมูลค่ารวม 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์

ส่วนบริษัทแอร์บัส ได้บรรลุข้อตกลงในการจัดหาเครื่องบินโดยสารตระกูล A320neo ให้แก่ "อินดิโก พาร์ทเนอร์ส" ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนด้านสายการบินชั้นประหยัดของสหรัฐ จำนวน 430 ลำ มูลค่าเกือบ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นข้อตกลงซื้อขายที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแอร์บัส

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เดินทางถึงสหรัฐแล้ววานนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจเดินทางเยือน 5 ชาติเอเชียเป็นเวลาทั้งสิ้น 11 วัน โดยทรัมป์ได้โพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์เกี่ยวกับทริปการเดินทางในครั้งนี้ว่า "ประเทศที่ยิ่งใหญ่ของเราได้รับความเคารพจากชาติในเอเชียอีกครั้ง เราจะได้เห็นผลลัพธ์จากทริปการเดินทางอันแสนยาวนานและประสบความสำเร็จในครั้งนี้ต่อไปอีกหลายปีข้างหน้า"

-- กองทัพซิมบับเวออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ว่า ทางกองทัพได้เข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศ และได้ทำการกวาดล้าง "กลุ่มอาชญากร" รอบข้างประธานาธิบดีโรเบิร์ต มูกาเบ ซึ่งได้สร้างความทุกข์ยากลำบากทางด้านเศรษฐกิจและสังคมแก่ประชาชน

อย่างไรก็ดี ทางกองทัพยืนยันว่าปธน.มูกาเบและครอบครัวยังคงมีความปลอดภัย และคาดว่าจะคืนความสงบโดยเร็วที่สุด ทันทีที่กองทัพเสร็จสิ้นภารกิจ

-- บิตคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัล พุ่งขึ้นกว่า 9% วานนี้ แตะระดับ 7,251.81 ดอลลาร์ หลังมีข่าวว่า บริษัทสแควร์ ของนายแจ็ค ดอร์ซีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัททวิตเตอร์ กำลังทำการทดสอบระบบที่จะรองรับการชำระเงินด้วยบิตคอยน์ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Cash ของทางบริษัท

-- นายซูเฮล อัล-มัสรู รมว.พลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กล่าวว่า ผู้ผลิตน้ำมันที่อยู่นอกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) อาจเข้าร่วมเป็นสมาชิกของโอเปกได้ ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกจำนวน 14 ชาติ

ทั้งนี้ ต่อข้อคำถามที่ว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปก ซึ่งให้ความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิต จะสามารถเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของโอเปกหรือไม่นั้น นายอัล-มัสรูกล่าวว่า "เรามีความพร้อม และมีความปรารถนาที่จะขยายโอเปกออกไป" พร้อมกับกล่าวว่า "เป็นเรื่องยากที่จะพยายามสร้างความสมดุลแก่ตลาดตามลำพัง ซึ่งผมคิดว่าทางกลุ่มจะยังคงจับมือกัน และอาจจะขยายตัวโดยรับสมาชิกมากขึ้น"

-- นายมาริอาโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวว่า เศรษฐกิจสเปนจะมีการขยายตัว 2.8-3.0% ต่อปี หากภาวะการเมืองในแคว้นกาตาลุญญากลับคืนสู่ความสงบ หลังการเลือกตั้งในวันที่ 21 ธ.ค.

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสเปนได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีหน้า สู่ระดับ 2.3% จากเดิมที่ 2.6% โดยระบุว่ามีสาเหตุจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในแคว้นกาตาลุญญา

-- นางชู มิแอ ประธานพรรคประชาธิปไตยเกาหลี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของเกาหลีใต้ กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่สามารถใช้มาตรการทางทหารต่อเกาหลีเหนือ หากไม่ได้รับการยินยอมจากเกาหลีใต้ ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม

"ประธานาธิบดีทรัมป์มักพูดย้ำว่า สหรัฐพร้อมใช้ทุกมาตรการเพื่อจัดการกับเกาหลีเหนือ แต่เราต้องการสร้างความมั่นใจว่า ทางเลือกเหล่านั้นต้องไม่ใช่การทำสงครามไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่สามารถใช้ทางเลือกทางการทหารโจมตีเกาหลีเหนือ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากเกาหลีใต้" นางชูกล่าว

-- กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ขยับขึ้น 0.1% ในเดือนต.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากดีดตัวขึ้น 0.5% ในเดือนก.ย. และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 2.0% ในเดือนต.ค. สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังจากดีดตัวขึ้น 2.2% ในเดือนก.ย.

ทั้งนี้ ดัชนี CPI ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของค่าเช่า และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินดิ่งลง 2.4% หลังพุ่งขึ้น 13.1% ในเดือนก.ย. หลังจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์พัดถล่มรัฐเท็กซัสของสหรัฐ จนทำให้โรงกลั่นน้ำมันจำนวนมากต้องปิดการดำเนินงานชั่วคราว

-- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งได้แก่ ราคานำเข้าและส่งออกเดือนต.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค. เพื่อประเมินทิศทางการลงทุนต่อไป

-- ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ อัตราว่างงานเดือนต.ค.ของออสเตรเลีย, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 3 ของฟิลิปปินส์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค. ของเยอรมนี, ยอดค้าปลีกเดือนต.ค.ของอังกฤษ และอัตราเงินเฟ้อเดือนต.ค.ของกลุ่มอียู


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ