World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 17 เมษายน 2561

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday April 17, 2018 09:44 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 200 จุดเมื่อคืนนี้ (16 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากยอดค้าปลีกของสหรัฐที่ฟื้นตัวขึ้นในเดือนมี.ค. รวมทั้งรายงานผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ซีเรีย หลังการโจมตีซีเรียของสหรัฐและชาติพันธมิตร เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่ได้ก่อให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างสหรัฐและรัสเซีย เนื่องจากเป็นการโจมตีในขอบเขตจำกัดที่มีการกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจน

-- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกฟื้นตัวขึ้น 0.6% ในเดือนมี.ค. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากร่วงลงติดต่อกัน 3 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของยอดขายรถยนต์

ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนมี.ค. หลังจากทรงตัวในเดือนก.พ.

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2561 ขยายตัว 6.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี

ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมี.ค. ขยายตัว 6.0% เมื่อเทียบเป็นรายปี และยอดค้าปลีกในเดือนมี.ค ขยายตัว 10.1% เทียบรายปี

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความเมื่อวานนี้ โดยกล่าวหารัสเซียและจีนว่าจงใจลดค่าเงิน

"รัสเซียและจีนกำลังเล่นเกมลดค่าเงิน ขณะที่สหรัฐกำลังปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นี่เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้" ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

ปธน.ทรัมป์กล่าวหารัสเซียและจีนในเรื่องการลดค่าเงินเมื่อวานนี้ แม้ว่ากระทรวงการคลังสหรัฐออกรายงานในวันศุกร์ระบุว่า ไม่มีประเทศใดที่มีพฤติกรรมจัดอยู่ในกลุ่มที่จงใจปั่นค่าเงิน โดยจีนยังคงถูกขึ้นบัญชีในฐานะประเทศที่"ถูกจับตามอง"พฤติกรรมการดำเนินการเกี่ยวกับค่าเงิน และนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ขณะที่รัสเซียไม่ได้ถูกขึ้นบัญชีดังกล่าว

-- นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเตรียมเดินทางไปยัง รีสอร์ทมาร์-อา-ลา-โก ในรัฐฟลอริดา บ้านพักตากอากาศของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐ ในวันนี้ เพื่อหารือกับผู้นำสหรัฐเกี่ยวกับการตัดสินใจพบหารือกับนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะหยิบยกประเด็นเรื่องมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก และอลูมิเนียมของสหรัฐที่มีต่อญี่ปุ่นขึ้นมาพูดคุยด้วย

-- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ประกาศห้ามไม่ให้บริษัทของสหรัฐขายสินค้าต่างๆให้กับบริษัท ZTE ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการสื่อสารของจีน เป็นเวลา 7 ปี หลังจาก ZTE ได้ทำการส่งมอบสินค้าให้กับอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

การออกมาตรการดังกล่าวของสหรัฐอาจสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อ ZTE เนื่องจากบริษัทสหรัฐได้จัดหาชิ้นส่วนต่างๆซึ่งใช้ในการผลิตอุปกรณ์ของ ZTE ในสัดส่วนราว 20-30% ของอุปกรณ์ทั้งหมดของ ZTE ซึ่งรวมถึงสมาร์ทโฟน และชิ้นส่วนที่ใช้ในการสร้างเครือข่ายโทรคมนาคม

-- นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัวที่แข็งแกร่งในปีนี้ และปีหน้า ขณะที่อัตราการว่างงานลดลง และค่าจ้างเพิ่มขึ้น แต่ได้เตือนว่า หากไม่มีการปฏิรูปโครงสร้าง การขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคตก็จะได้รับผลกระทบ

ขณะเดียวกันเศรษฐกิจสหรัฐอาจขยายตัวต่ำกว่า 2% หลังจากปีหน้า เนื่องจากผลบวกจากการปฏิรูปภาษี และการใช้มาตรการกระตุ้นทางการคลังได้เบาบางลง ขณะที่เฟดถอนตัวจากการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน นอกจากนี้ยังยังสนับสนุนให้มีการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับการจำกัดคนเข้าประเทศ เนื่องจากการเปิดรับแรงงานต่างชาติจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อรองรับแรงงานในตลาดที่มีจำนวนลดน้อยลง

-- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ร่วงลง 7.0 จุด สู่ระดับ 15.8 จุดในเดือนเม.ย. โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่

อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก

ผู้ถูกสำรวจจำนวน 38% ระบุว่า สภาวะธุรกิจดีกว่าเดือนที่แล้ว ขณะที่ 22% รายงานว่าสภาวะธุรกิจย่ำแย่ลง ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มธุรกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้าดิ่งลง 26 จุด สู่ระดับ 18.3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี

-- สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 1 จุด สู่ระดับ 69 ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว จากความกังวลเกี่ยวกับค่าวัสดุที่แพงขึ้น

เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น 1 จุด

อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงมุมมองโดยทั่วไปที่เป็นบวก

ส่วนดัชนีคาดการณ์ยอดขายในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ลดลง 1 จุด สู่ระดับ 77 จุด ขณะที่ดัชนีภาวะยอดขายในปัจจุบันลดลง 2 จุด สู่ระดับ 75 จุด

-- กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (ODI) นอกภาคการเงินของจีน ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรก ซึ่งนักลงทุนจีนลงทุนโดยตรงในต่างประเทศนอกภาคการเงินคิดเป็นมูลค่า 2.55 หมื่นล้านดอลลาร์ในบริษัทที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศจำนวน 2,023 แห่ง ใน 140 ประเทศและภูมิภาคในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค.

การลงทุน ODI มีการขยายตัว 24.1% ในไตรมาสแรก เมื่อเทียบรายปี โดยมูลค่าการลงทุน ODI ในประเทศในโครงการ Belt and Road มีการเติบโต 22.4% สู่ระดับ 3.61 พันล้านดอลลาร์

-- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในวันนี้ โดยอังกฤษจะเปิดเผยอัตราว่างงานและรายได้เฉลี่ยเดือนก.พ. ขณะที่ ZEW จะเปิดเผย ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนเม.ย.ของยูโรโซน และทางการสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนมี.ค. และการผลิตภาคอุตสาหกรรม-การใช้กำลังการผลิตเดือนมี.ค.

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ญี่ปุ่นจะเปิดเผยดุลการค้าเดือนมี.ค. ด้านจีนเตรียมเปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือนมี.ค. ขณะที่อังกฤษและอียูจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมี.ค. ทางด้านสหรัฐจะมีการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ