เอแบคโพลล์: เรื่องใหญ่โตของประเทศที่ทุกคนต้องช่วยกัน

ข่าวผลสำรวจ Monday January 30, 2012 07:09 —เอแบคโพลล์

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง เรื่องใหญ่โตของ ประเทศที่ทุกคนต้องช่วยกัน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทั่วไปใน 17 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี ชลบุรี กาญจนบุรี เชียงใหม่ เชียงราย สุโขทัย ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ อุดรธานี สกลนคร นครพนม นครราชสีมา สตูล และสงขลา จำนวน ทั้งสิ้น 2,572 ครัวเรือน ผ่านระเบียบวิธีวิจัยเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้นโดยมีค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ที่บวกลบ ร้อยละ 7 ดำเนิน โครงการระหว่างวันที่ 15 — 28 มกราคม 2555 พบว่า

ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.4 รู้สึกเป็นห่วงมากถึงมากที่สุดต่อการรณรงค์ปลุกระดมของกลุ่มคนที่จ้องทำลายสถาบันหลักของชาติ และกว่าร้อย ละ 80.6 ยังคงเป็นห่วงมากถึงมากที่สุดต่อความขัดแย้งแตกแยกรุนแรงของคนในชาติ ในขณะที่กว่า 2 ใน 3 หรือร้อยละ 71.8 รู้สึกว่าประเทศไทยมี แต่เรื่องวุ่นวาย ไม่จบสิ้น ประเทศเพื่อนบ้านกำลังพัฒนาไปได้ด้วยดี

นอกจากนี้ เรื่องใหญ่โตที่คนไทยทั่วไปรู้สึกได้คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.5 ระบุว่า ระบบเด็กเส้น เด็กฝากในการแต่งตั้งโยกย้ายข้า ราชการเป็นปัญหาใหญ่เกิดขึ้นในทุกรัฐบาลทำให้ประชาชนไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดี เพราะข้าราชการเด็กฝากเหล่านั้นไม่ยอมทำงานและมุ่งเก็บเกี่ยวผล ประโยชน์ และข้าราชการที่ถูกเอาเปรียบท้อแท้เพราะถูกเด็กฝากเด็กเส้นทำลายระบบคุณธรรม

และที่น่าเป็นห่วงคือ ตัวอย่าง 2 ใน 3 หรือร้อยละ 66.8 ระบุความไม่เป็นธรรมและการเลือกปฏิบัติยังคงมีอยู่มากถึงมากที่สุด และร้อย ละ 65.9 ยังคงรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในเรื่อง อาชญากรรม การจราจร และภัยธรรมชาติ

ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามประชาชนว่า ต้องการให้ตำรวจอำนวยความสะดวกรถนำขบวนบรรดารัฐมนตรีก่อน หรืออำนวยความสะดวกรถ พยาบาลคนป่วยหนักและรถกู้ภัยฉุกเฉินก่อน ผลสำรวจพบว่า เกือบร้อยละร้อยหรือร้อยละ 94.1 ต้องการให้ตำรวจอำนวยความสะดวกรถพยาบาลคน ป่วยและรถกู้ภัยฉุกเฉินก่อน

นอกจากนี้ ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ ผลสำรวจพบว่า เกินกว่าร้อยละ 60 ของประชาชนที่ถูกศึกษาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชา ชีวะ มาจนถึงสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีทัศนคติอันตรายยอมรับได้ ถ้ารัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แต่ทำให้ตนเองได้ผลประโยชน์ด้วย โดยมี กลุ่มข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 64.0 ที่มีทัศนคติอันตรายเช่นนั้น และกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือนักเรียนนักศึกษามีสัดส่วนสูงถึงร้อย ละ 56.2 ที่มีทัศนคติอันตรายเช่นกัน

โดยในการศึกษาครั้งนี้ยังพบด้วยว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 68.9 คิดว่า การทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดาในการทำธุรกิจ

ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวว่า สังคมไทยในเวลานี้อาจจำเป็นต้องประยุกต์ใช้ “ทฤษฎีหน้าต่างแตก” หรือ Broken Window Theory โดย ในปี 1993 นาย Rudolph Giuliani ผู้ได้รับเลือกเป็นผู้ปกครองของมหานครนิวยอร์คนำมาใช้โดยมีแนวคิดหลักที่ว่า หากปล่อยให้คนร้ายทำลาย หน้าต่างแตกบานหนึ่งและไม่เร่งหาสาเหตุและแก้ไขซ่อมแซมหน้าต่างและจับกุมคนร้าย ก็จะทำให้คนร้ายคนอื่นๆ ทำลายหน้าต่างแตกเพิ่มเติมไปจนอาจ หมดทุกบานนำไปสู่การบุกรุกเข้าในตัวอาคารมากขึ้น ซึ่งคล้ายกับปัญหาใหญ่ๆ ในประเทศไทยเวลานี้ เพราะหากปล่อยให้กลุ่มคนจ้องทำลายความจงรัก ภักดีของคนในชาติต่อสถาบันหลักของประเทศ ก็จะมีคนอื่นๆ ทำตามๆ กัน เพราะหากปล่อยให้มีกลุ่มคนปลุกระดมสร้างความขัดแย้งแตกแยกรุนแรงใน สังคมก็จะมีคนอื่นๆ ทำตามกัน เพราะหากปล่อยให้มีระบบเด็กเส้นเด็กฝากในระบบราชการก็จะทำให้มีการทำตามๆ กันเมื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจของ รัฐบาล เพราะเมื่อปล่อยให้มีการเลือกปฏิบัติไม่มีความเป็นธรรมในสังคมก็จะทำให้เกิดคนอื่นๆ หาโอกาสเอารัดเอาเปรียบกันในสังคม และเพราะ ปล่อยให้มีการขับรถเกินความเร็วที่กำหนด ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่สวมหมวกกันน็อค ก็จะทำให้คนอื่นๆ ทำตามๆ กัน และเพราะปล่อยให้เกิดเด็ก สายของตำรวจค้ายาไม่จับกุมไปดำเนินคดีก็จะทำให้เยาวชนคนอื่นๆ ทำตามๆ กันบ้าง ดังนั้น ต้องถามคนไทยทั้งประเทศว่าจะยอมเสียสละได้บ้างหรือ ไม่ในเรื่องการถูกจำกัดเสรีภาพและความไม่สะดวกสบายบางประการเพื่อไม่ให้เกิดสภาวะที่ว่า “คนดีก็ตายง่าย คนเก่งก็อพยพหรือลาออกจากสังคม ไป ส่วนพวกที่เหลืออยู่คือ “ขยะแอพ” ของสมาร์ทโฟนที่ยอมให้ถูกเขี่ยไปเขี่ยมาตามกิเลสตัณหาของผู้มีอำนาจหรือกลุ่มคนที่อยู่เหนือกฎหมาย

จากการพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่าตัวอย่างร้อยละ 52.4 เป็นหญิง ร้อยละ 47.6 เป็นชาย ตัวอย่างร้อยละ 5.1 อายุ ต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 25.4 อายุระหว่าง 20 — 29 ปี ร้อยละ 26.6 อายุระหว่าง 30 — 39 ปี ร้อยละ 24.2 อายุระหว่าง 40 — 49 ปี และ ร้อยละ 18.7 อายุ 50 ขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 82.2 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 15.7 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และร้อย ละ 2.1 สำเร็จการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี ตัวอย่างร้อยละ 34.8 ระบุอาชีพเกษตรกร/รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 29.4 ระบุอาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 7.7 ระบุอาชีพข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 10.9 ระบุอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 6.2 เป็นแม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณอายุ ร้อยละ 7.9 ระบุเป็นนักเรียนนักศึกษา ในขณะที่ร้อยละ 3.1 ระบุว่างงาน/ไม่ประกอบอาชีพ

ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ การรณรงค์ปลุกระดมของกลุ่มคนที่จ้องทำลายสถาบันหลักของชาติ
ลำดับที่          ความคิดเห็น                              ค่าร้อยละ
1          เป็นห่วงมากถึงมากที่สุด                           93.4
2          ไม่คิดเช่นนั้น                                    6.6
          รวมทั้งสิ้น                                     100.0


ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ความขัดแย้งแตกแยกรุนแรงของคนในชาติ
ลำดับที่          ความคิดเห็น                              ค่าร้อยละ
1          ยังคงเป็นห่วงมาก ถึงมากที่สุด                      80.6
2          ไม่คิดเช่นนั้น                                   19.4
          รวมทั้งสิ้น                                     100.0

ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ความรู้สึกว่าประเทศไทยมีแต่เรื่องวุ่นวาย ไม่จบสิ้น ประเทศเพื่อนบ้านกำลังพัฒนาไปได้ด้วยดี
ลำดับที่          ความคิดเห็น                              ค่าร้อยละ
1          รู้สึกเช่นนั้น                                    71.8
2          ไม่คิดเช่นนั้น                                   28.2
          รวมทั้งสิ้น                                     100.0


ตารางที่ 4 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ระบบเด็กเส้น เด็กฝากในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเป็นปัญหาใหญ่เกิดขึ้นทุกรัฐบาลทำให้ประชาชน
ไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดี เพราะข้าราชการเด็กฝากเหล่านั้นไม่ยอมทำงานและมุ่งเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ และข้าราชการที่ถูกเอาเปรียบท้อแท้
เพราะถูกเด็กฝากเด็กเส้นทำลายระบบคุณธรรม
ลำดับที่          ความคิดเห็น                              ค่าร้อยละ
1          รู้สึกเช่นนั้น                                    89.5
2          ไม่คิดเช่นนั้น                                   10.5
          รวมทั้งสิ้น                                     100.0

ตารางที่ 5 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ความไม่เป็นธรรมและการเลือกปฏิบัติ
ลำดับที่          ความคิดเห็น                              ค่าร้อยละ
1          ยังคงมีอยู่มาก ถึงมากที่สุด                         66.8
2          ไม่คิดเช่นนั้น                                   33.2
          รวมทั้งสิ้น                                     100.0

ตารางที่ 6 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในเรื่อง อาชญากรรม การจราจร และภัยธรรมชาติ
ลำดับที่          ความคิดเห็น                              ค่าร้อยละ
1          รู้สึกไม่ปลอดภัย                                 65.9
2          ไม่คิดเช่นนั้น                                   34.1
          รวมทั้งสิ้น                                     100.0

ตารางที่ 7 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ความต้องการให้ตำรวจอำนวยความสะดวกรถนำขบวนรัฐมนตรี กับการอำนวยความสะดวกรถพยาบาล
คนป่วยหนักและรถกู้ภัยฉุกเฉิน
ลำดับที่          ความคิดเห็น                                                       ค่าร้อยละ
1          ต้องการให้ตำรวจอำนวยความสะดวกรถพยาบาลคนป่วยหนักและรถกู้ภัยฉุกเฉินก่อน          94.1
2          ต้องการให้ตำรวจอำนวยความสะดวกรถนำขบวนรัฐมนตรีก่อน                          5.9
          รวมทั้งสิ้น                                                              100.0

ตารางที่ 8 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ทัศนคติต่อการยอมรับได้ถ้ารัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แต่ทำให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย เปรียบเทียบจากการ
สำรวจในช่วงเดือนมกราคม 2554— มกราคม 2555
ลำดับที่          ทัศนคติ                                          มกราคม 2554     พฤศจิกายน 2554    มกราคม 2555
                                                                ค่าร้อยละ          ค่าร้อยละ         ค่าร้อยละ
1          ยอมรับได้ ถ้ารัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แต่ทำให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย      64.0             64.6           64.7
2          ไม่ยอมรับ                                                36.0             35.4           35.3
          รวมทั้งสิ้น                                                100.0            100.0          100.0

ตารางที่ 9 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ การยอมรับได้ถ้ารัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แต่ทำให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย จำแนกตามอาชีพ
ลำดับที่          ทัศนคติ                                          ข้าราชการรัฐวิสาหกิจ   พนักงานเอกชน    ค้าขายส่วนตัว   นักเรียนนักศึกษา   รับจ้างเกษตรกร    แม่บ้านเกษียณอายุ
1          ยอมรับได้ ถ้ารัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แต่ทำให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย         64.0            60.7          65.4          56.2           67.9            63.5
2          ไม่คิดเช่นนั้น                                                 36.0            39.3          34.6          43.8           32.1            36.5
          รวมทั้งสิ้น                                                   100.0           100.0         100.0         100.0          100.0           100.0

ตารางที่ 10 แสดงร้อยละของตัวอย่างที่ระบุความคิดเห็นต่อการทุจริตคอรัปชั่นในการทำธุรกิจ
ลำดับที่          ความคิดเห็นต่อการทุจริตคอรัปชั่นในการทำธุรกิจ           ค่าร้อยละ
1          คิดว่าการทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องธรรมดาในการทำธุรกิจ          68.9
2          ไม่คิดเช่นนั้น                                          31.1
          รวมทั้งสิ้น                                            100.0

--เอแบคโพลล์--

-พห-

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ