ข่าวอินโฟเควสท์
01:29 เครื่องบินแอร์อินเดียลงจอดฉุกเฉินที่กรุงนิวเดลี หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้   สื่อรายงานว่า เครื่องบินของสายการบินแอร์อินเดียได้ลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอาก…
01:16 "หัวเว่ย"ออกแถลงการณ์ค้านสหรัฐนำบริษัทในเครือขึ้นแบล็กลิสต์   บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีของจีน ออกแถลงการณ์คัดค้านการที่สหรัฐจะนำบริษัทในเครืออีก …
00:47 จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถบรรทุกน้ำมันระเบิดในแทนซาเนียพุ่งเกือบ 100 ราย   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถบรรทุกน้ำม…
00:33 "บักกิ้งแฮม"โต้ข่าว"เจ้าชายแอนดรูว์"พัวพันคดีทางเพศของ"เอปสไตน์"   สำนักพระราชวังบักกิ้งแฮมออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวที่ว่า เจ้าชายแอนดรูว์ โอรสองค…
00:10 จีนเรียกร้องสหรัฐรักษาคำพูดในประเด็นเกี่ยวกับฮ่องกง   กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงเรียกร้องให้สหรัฐรักษาคำพูดในประเด็นที่เกี่ยวกับฮ่องกง ทั้งนี้…

ทาเลส ซื้อกิจการ เจมัลโต แล้วเสร็จ ขึ้นแท่นผู้นำระดับโลกด้านอัตลักษณ์ทางดิจิตอลและความปลอดภัย

ข่าวต่างประเทศ Asianet Press Release -- อังคารที่ 2 เมษายน 2562 17:02:21 น.
ปารีส--2 เม.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

- ทาเลส (Euronext Paris: HO) เสร็จสิ้นการซื้อ เจมัลโต (Euronext Amsterdam และ Paris: GTO) แล้ววันนี้ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในด้านอัตลักษณ์ทางดิจิตอลและความปลอดภัย

- การเข้าซื้อ เจมัลโต จะทำให้ ทาเลส สามารถสนับสนุนการตัดสินใจที่มีความสำคัญในโลกดิจิทัลได้อย่างครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่การสร้างข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการสนับสนุนการตัดสินใจแบบเรียลไทม์

- การซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ ทาเลส มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 1.9 หมื่นล้านยูโร และเงินทุนด้าน R&D เพิ่มเป็น 1 พันล้านยูโรต่อปี ด้วยจำนวนพนักงาน 80,000 คนใน 68 ประเทศ

ทาเลส (Thales) ประกาศว่าการซื้อกิจการ เจมัลโต (Gemalto) เป็นมูลค่า 4.8 พันล้านยูโร เสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วภายในเวลา 15 เดือน พร้อมนำกลุ่มบริษัทก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่ ในฐานะผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมอัตลักษณ์ทางดิจิตอลและความปลอดภัย ด้วยพนักงานจำนวน 80,000 คน กลุ่มทาเลสที่มีขนาดใหญ่ขึ้นนี้จะรอบรู้และเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีทุกประเภทที่มีบทบาทสนับสนุนการตัดสินใจที่สำคัญสำหรับบริษัท องค์กร และรัฐบาล การได้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ตลอดจนเทคโนโลยีของเจมัลโตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งนั้น จะช่วยให้ทาเลสสามารถพัฒนาโซลูชั่นความปลอดภัย เพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ที่สังคมของเราต้องเผชิญ เช่น การจัดการจราจรทางอากาศโดยไม่ใช้คน การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและเครือข่ายจากการโจมตีทางไซเบอร์ ความปลอดภัยที่สนามบิน หรือความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน

การผนวกรวมกันในครั้งนี้จะสร้างผู้นำระดับโลกที่มีกลุ่มโซลูชั่นความปลอดภัยและอัตลักษณ์ทางดิจิตอลอันเป็นเลิศ ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดขึ้นจากเทคโนโลยีเฉกเช่น ชีวสถิติหรือไบโอเมทรี การคุ้มครองข้อมูล และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ด้วยเหตุนี้ ทาเลสจะสามารถตอบสนองลูกค้า ซึ่งรวมถึงผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ธนาคาร ผู้ประกอบการโทรคมนาคม หน่วยงานรัฐบาล สาธารณูปโภค และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ขณะที่ลูกค้าเหล่านี้เร่งเดินหน้าเพื่อรับมือกับความท้าทายในการพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลและสิ่งของ ตลอดจนปกป้องข้อมูลให้ปลอดภัย

การวิจัยและพัฒนา : สร้างสรรค์โลกแห่งวันพรุ่งนี้

ทาเลส และ เจมัลโต ต่างมีเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ทั้งยังให้ความสำคัญกับพนักงานทั้ง 80,000 คนเหมือน ๆ กัน การวิจัยแลพัฒนา (R&D) จึงถือเป็นหัวใจหลักของกลุ่มบริษัทที่เกิดจากการควบรวมกันในครั้งนี้ โดยมีนักวิจัย 3,000 คน และวิศวกร 28,000 คนที่ทุ่มเทให้กับงานด้าน R&D ทาเลสพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อตอบรับกับความต้องการและข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของลูกค้าทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ วันนี้ กลุ่มทาเลสได้กลายเป็นห้องปฏิบัติการระดับแถวหน้าที่สร้างสรรค์โลกแห่งวันพรุ่งนี้ ด้วยกลุ่มสิทธิบัตร 20,500 รายการ ซึ่งมากกว่า 400 รายการเป็นสิทธิบัตรใหม่ที่จดทะเบียนในปี 2561

การผนึกกำลังทางเทคโนโลยี

ภายหลังการควบรวมกิจการ ทาเลสจะมีเทคโนโลยีครอบคลุมห่วงโซ่การตัดสินใจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในโลกที่เชื่อมต่อถึงกันมากขึ้นและมีช่องโหว่จากการโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น ด้วยขีดความสามารถรอบด้าน ตั้งแต่การพัฒนาซอฟต์แวร์ การประมวลผลข้อมูล การสนับสนุนตัดสินใจแบบเรียลไทม์ การเชื่อมต่อ ไปจนถึงการจัดการเครือข่ายครบวงจรแบบเอนด์ทูเอนด์

ด้วยการทุ่มเม็ดเงินถึง 1 พันล้านยูโรต่อปีในด้าน R&D ทางกลุ่มจะยังคงเป็นผู้บุกเบิกการสร้างสรรค์นวัตกรรมในตลาดหลัก ๆ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญระดับโลกของทาเลสในด้านอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ บิ๊กดาต้า ปัญญาประดิษฐ์ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ดังเช่นที่สะท้อนให้เห็นในกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการต่อไปนี้:

- การธนาคาร: การวิเคราะห์บิ๊กดาต้า
- การป้องกันประเทศ: ไบโอเมทริกซ์
- อากาศยาน: การจัดการจราจรทางอากาศโดยไม่ใช้คน
- การขนส่งภาคพื้น: อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์
- อวกาศ: อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์
- โทรคมนาคม: การวิเคราะห์บิ๊กดาต้า
ขยายฐานการดำเนินงานทั่วโลก

ภายหลังการควบรวมกิจการ เจมัลโตจะกลายเป็นหนึ่งใน 7 แผนกระดับโลกของทาเลส ที่จะมีชื่อว่า Digital Identity and Security (DIS) เจมัลโตจะติดต่อประสานงานกับลูกค้ากลุ่มทหารและพลเรือนทุกราย และจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน 68 ประเทศ โดยทาเลสจะขยายการดำเนินงานอย่างมากในลาตินอเมริกา (พนักงาน 2,500 คน เพิ่มขึ้นจาก 600 คน) ตลอดจนขยายการดำเนินงานสามเท่าในเอเชียเหนือ (1,980 จาก 700) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (2,500 จาก 800) และอินเดีย (1,150 จาก 400) รวมถึงขยายการดำเนินงานในอเมริกาเหนือ (พนักงาน 6,660 คน เพิ่มขึ้นจาก 4,600 คน)

"การซื้อเจมัลโต ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการยืนยันตัวตนทางดิจิทัลและการคุ้มครองข้อมูล ทำให้ทาเลสได้ชุดเทคโนโลยีและขีดความสามารถด้านต่าง ๆ เข้ามาเติมเต็มความสมบูรณ์ในการให้บริการตลาดแนวดิ่งทั้ง 5 ตลาดของเรา ได้แก่ อากาศยาน อวกาศ การขนส่งภาคพื้น ความปลอดภัยและอัตลักษณ์ทางดิจิตอล และการป้องกันประเทศและความมั่นคง เทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้คนตัดสินใจได้ที่ดีที่สุดในทุกช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย การซื้อเจมัลโตถือเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับพนักงาน 80,000 คนของทางกลุ่ม เราจะร่วมกันสร้างยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมความปลอดภัยและอัตลักษณ์ทางดิจิตอลด้วยความสามารถในการแข่งขันกับทั่วโลก " ปาทริซ เคน ประธานและซีอีโอของทาเลส กล่าว

เกี่ยวกับ ทาเลส

ผู้คนมากมายที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้ ต่างให้ความไว้วางใจทาเลส ลูกค้าของเรามาใช้บริการด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าในการทำให้ชีวิตดีขึ้นและมีความปลอดภัยมากขึ้น สถาปนิกของเราผสานความชำนาญ ความสามารถ และวัฒนธรรมการทำงานอันหลากหลายเข้าด้วยกัน เพื่อออกแบบและนำเสนอโซลูชั่นเทคโนโลยีระดับสูงที่ไม่เหมือนใคร โซลูชั่นที่จะทำให้สิ่งต่างๆในอนาคตเกิดขึ้นตั้งแต่วันนี้ จากใต้มหาสมุทรจนถึงห้วงอวกาศ เราช่วยให้ลูกค้าคิดอย่างชาญฉลาดและทำงานได้เร็วขึ้น ด้วยการจัดการกับความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้นและรับมือกับทุกช่วงเวลาสำคัญตลอดการทำงาน

ทาเลสมีรายได้ 1.9 หมื่นล้านยูโรในปี 2561 และมีพนักงาน 80,000 คนใน 68 ประเทศ
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20190327/2415872-1
ข่าวที่เกี่ยวข้อง