‘กรมเจรจาฯ’ เผย ไทยส่งออกผัก-ผลไม้ ผงาดเบอร์หนึ่งในตลาดจีน ดุลการค้าเกิน 100% หนุนใช้ FTA เพิ่มแต้มต่อทางการค้า

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday December 28, 2021 13:51 —กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยผักและผลไม้ไทยครองส่วนแบ่งตลาดในจีนเบอร์หนึ่ง สัดส่วนสูงถึง 45% ในช่วง 11 เดือน ส่งออกมูลค่า 6,013.03 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวถึง 81% ไทยเกินดุลการค้ากว่า 5,181 ล้านเหรียญสหรัฐ ดุลการค้าขยายตัวเพิ่มถึง 105% ชี้! มันสำปะหลัง-ทุเรียน ส่งออกนำโด่ง ระบุความตกลง ACFTA เป็นเครื่องมือสำคัญช่วยสินค้าไทยได้เปรียบ แนะผู้ส่งออกคุมเข้มคุณภาพ มาตรฐาน และปฏิบัติตามกฎระเบียบของจีน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ติดตามสถิติการค้าระหว่างประเทศ พบว่า ปัจจุบันสินค้าผักและผลไม้ของไทยนิยมสูงสุดในตลาดจีน โดยจีนนำเข้าผักและผลไม้จากไทยสูงเป็นอันดับที่ 1 ตามด้วยชิลีและเวียดนาม ซึ่งไทยยังครองส่วนแบ่งตลาดการนำเข้าผักและผลไม้ทั้งหมดของจีน สูงถึง 45% ที่ผ่านมาไทยได้เปรียบดุลการค้าสินค้าผักและผลไม้กับจีนมาโดยตลอด ในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 2564) ไทยส่งออกผักและผลไม้ไปจีนเติบโตมูลค่าถึง 6,013.03 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 81% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และไทยได้เปรียบดุลการค้ากับจีน มูลค่า 5,181 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวถึง 105%

ทั้งนี้ เมื่อจำแนกในรายสินค้า พบว่า ไทยส่งออกสินค้าผักไปจีนมูลค่า 1,199.70 ล้านเหรียญสหรัฐ (+96%) โดยสินค้าผักที่ขยายตัวได้ดี อาทิ มันสำปะหลัง มูลค่า 1,145.80 ล้านเหรียญสหรัฐ (+90%) พริกสดและแช่เย็น มูลค่า 36.03 ล้านเหรียญสหรัฐ (+157,369%) และถั่วเขียวและถั่วทองแห้ง มูลค่า 6.53 ล้านเหรียญสหรัฐ (+131%) สำหรับสินค้าผลไม้มีอัตราเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยไทยส่งออกผลไม้ไปจีน มูลค่า 4,813.32 ล้านเหรียญสหรัฐ (+78%) สินค้าผลไม้ที่ได้รับความนิยมในจีน อาทิ ทุเรียนสด ส่งออกมูลค่า 3,054 ล้านเหรียญสหรัฐ (+105%) มังคุดสด มูลค่า 506 ล้านเหรียญสหรัฐ (+39%) และลำไยสด มูลค่า 472.63 ล้านเหรียญสหรัฐ (+64%)

นางอรมน เพิ่มเติมว่า ความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับจีน (ACFTA) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยขยายโอกาสทางการค้าให้กับเกษตรกรและผู้ส่งออกสินค้าผักผลไม้ของไทยเข้าสู่ตลาดจีน ซึ่งจีนได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าผักและผลไม้ของไทยทุกรายการตั้งแต่ปี 2546 ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกเติบโตอย่างมาก โดยในปี 2563 การส่งออกมีมูลค่า 3,614.52 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวถึง 2,547% จากปีก่อนที่จีนจะลดภาษีนำเข้าให้ไทย ซึ่งสอดคล้องกับสถิติการขอใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ ACFTA ที่ผู้ประกอบการไทยใช้สิทธิ์ส่งออกสินค้าผักและผลไม้เป็นอันดับต้น อาทิ ทุเรียนสด มันสำปะหลัง มังคุด และลำไย ทั้งนี้ ภายใต้ความตกลงฯ ไทยยังไม่ได้เปิดตลาดผักและผลไม้ให้จีนทั้งหมด โดยยังกำหนดโควตาและเก็บภาษีในสินค้าเกษตรที่นำเข้าจากจีน อาทิ กระเทียม หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง มะพร้าว และลำไยแห้ง

ปัจจุบันประเทศไทยและจีน รวมถึงประเทศต่างๆ มีข้อกำหนดการนำเข้าผักและผลไม้ที่เข้มงวด อาทิ ต้องมีใบรับรองสุขอนามัยพืชกำกับทุกครั้ง ไม่มียาฆ่าแมลงและสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานของจีนและบรรจุด้วยกรรมวิธีที่เหมาะสม ซึ่งผลไม้บางชนิด อาทิ ทุเรียน ลำไย มังคุด ลิ้นจี่ และมะม่วง ที่ส่งออกไปจีนจะต้องมาจากแปลงปลูกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP) โรงคัดบรรจุที่ผ่านการรับรองคุณภาพ และมีมาตรฐานตามหลักปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงคัดบรรจุ (GMP) จากกรมวิชาการเกษตร

?เกษตรกรและผู้ประกอบไทยควรศึกษารายละเอียดการตรวจรับรองมาตรฐานต่างๆ และเตรียมปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงของมาตรการใหม่ที่จะเกิดขึ้น ล่าสุด จีนได้ออกระเบียบ Decree 248 กำหนดให้ผู้ผลิตอาหารจากต่างประเทศใน 18 กลุ่มสินค้า รวมถึงผลไม้แห้ง ผักสดและผักอบแห้ง ต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนส่งไปจีน ซึ่งจะมีผลใช้บังคับวันที่ 1 มกราคม 2565 ส่วนผู้ผลิตและส่งออกที่ไม่อยู่ใน 18 กลุ่มสินค้า สามารถขึ้นทะเบียนโดยตรงกับสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน หรือ GACC ผ่านทางเว็บไซต์ www.singlewindow.cn? นางอรมนเสริม

ทั้งนี้ ในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 2564) ไทยนำเข้าผักผลไม้จากจีน มูลค่า 832.04 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เห็ดแห้ง แคร์รอตสด/แช่เย็น กะหล่ำปลีสด/แช่เย็น แอปเปิ้ล องุ่น ลูกแพร์ และส้ม

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

24 ธันวาคม 2564

ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ